สำนักพิมพ์... สำนักขโมยพล็อต! [1]
posted on 31 Jan 2008 19:49 by aquarius
........ดูดิคนเรา...
ว่าจะอัพเรื่องผีขึ้นบล็อกเป็นซีรีย์ยาวสักกะหน่อย (แฟนเพลง เอ้ย!
แฟนคลับรีเควสมา) แต่เนื่องจากเข้าวงการงานเขียนมา... กรี๊ดดดด
ไม่อยากจะนับเลย เกินสิบปีแล้วนะเนี่ย (บ่งบอกถึงพัฒนาการทางอายุ ฮืออออ
T_T) เมื่อวันจันทร์โทรศัพท์คุยกับ บ.ก. (ที่เป็นแฟนคอลัมน์อะฮั้น)
เจอข้อมูลที่... เฮ่อ... พยายามเลี่ยงแล้วเลี่ยงอีกตั้งแต่จับงานด้านนี้มา
แต่ก็หนีไม่พ้น ไปไหนก็เจอ
คาดว่ามันคงเป็นโรงระบาดวงการที่เริ่มมาตั้งแต่ก่อนประเทศเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้วแน่ๆ
เริ่มจะเซ็ง... ความจริงเซ็งจนทำใจได้แล้ว แต่รู้สึกการ Copy Plot
มันจะทำงานเป็น Loop เจอแล้วเจออีกเลยรู้สึกว่า... นานๆ
ทีเขียนถึงสักหน่อยก็ดีฟะ
จะขอเล่ายาวเลยนะ ยาวเนี่ย... ประมาณว่าคงต้องอัพกันหลาย Entry กว่าจะจบ
เพราะจะเล่าให้หมดย้อนไปตั้งแต่เริ่มจะเข้าวงการ (โดนตั้งแต่เริ่ม)
แล้วคิดว่าแต่ละอย่างก็น่าจะเป็นประโยชน์อยู่เหมือนกัน ถ้าใช้ให้ถูกแง่มุม
อย่างการระวังตัวอะไรอย่างเนี้ย
หรืออย่างถ้าใครอยากเป็นนักเขียนอะไรประมาณนี้ การจะส่งงานไป สนพ.
รอบครอบสักหน่อยก็ดี เพราะพูดจริง พวกนี้ส่วนใหญ่... ไว้ใจไม่ค่อยได้
บางสำนักพิมพ์มันไม่มีสมองเป็นของตัวเองจนน่าสงสัยเลยว่ามันมาทำ สนพ.
ได้ยังไงฟะ
ความจริงเราไม่ได้มีเศษเสี้ยวของความคิดเลยสักนิดนะว่าอยากจะมาทำสำนักพิมพ์
(ตอนนี้ก็ทำสำนักพิมพ์ไปเป็นนักเขียนไป) เนื่องจากงานมันหนัก
แล้วคนเราก็ขี้เกียจไง อยากทำงานอยู่บ้านๆ สบายๆ แต่แล้ว... การ Copy
และก็ความ ... (อ่านว่าจุด จุด จุด) แต่ละอย่างที่เจอมา
มันเป็นสถานการณ์บังคับให้ตูต้องมาเป็นเจ้าของบริษัทจนได้
(เจือกตำแหน่งสูง เสร็จเลยโดนมิจฉาชีพทำคุณไสย์ใส่อีก เซ็งแป็ก -"-
ถ้าเลือกได้ ณ ปัจจุบันนี้ แบบว่าถ้าจะไม่ต้องเจอ สนพ. งี่เง่า ไร้สมอง
ขโมยพล็อต ถึงค่าลิขสิทธ์จะถูกหน่อย (ถูกมากไปก็อยู่ไม่ได้
แต่เรื่องนี้เป็นรองเรื่องโดน Copy อยู่แล้น!)
ถ้าเป็นอย่างนั้นอะฮั้นก็จะยุบ สนพ. มายึดอาชีพนักเขียนเต็มตัวเหมือนกัน
(ตอนนี้ไม่ได้ มัวแต่เซ็งพวกกระสือพล็อต)
ย้อนไปในสมัยที่ยังเอ๊าะอยู่ (ตอนนี้ก็เอ๊าะ) เพิ่งเรียนจบ ม.6
กะลังบ้า UFO (ตอนนั้นนะ ตอนนี้เลิกบ้า UFO แล้ว มาบ้าคลั่งแทน)
ก็รวมกลุ่มเพื่อนทำ Magazine ขึ้นมา ตอนนั้นไม่รู้ตัวหรอกว่าชอบงานเขียน
(ขนาดขุดรากถอนโคนไม่ขึ้น) รู้แต่เออ... เขียนคอลัมน์มันก็สนุกดีนี่ฟ่า
แล้วก็บ้าการ์ตูนด้วย ที่บ้านก็มีพี่ที่บ้าการ์ตูนพอกัน
ตอนนั้นวิกฤตเศรษฐกิจใหม่ๆ พี่สาวตกงานมาจาก นสพ. ฉบับหนึ่ง
ฉบับที่ปัจจุบันนี้ บก. มันเป็นกบฏประเทศนั่นแหล่ะ ตกงานมาพี่สาวก็ว่าง
เลยมานั่งเขียนนิยายเล่น เขียนจบตอนนั้นเป็นนิยายเรื่องแรกของพี่เลยนะ
ก็เข้าเล่ม เอาไปให้เพื่อนอ่าน ทีนี้เพื่อนเขาชอบ ก็ปรากฏว่า รักซ้อน
ซ่อนเงื่อน เพื่อนเลิกคบ คือเรื่องของเรื่องเพื่อนพี่ นามสมมุติว่า A
ละกัน คือคนเนี้ยเขามีสามีอยู่คน (คนเราควรมีสามีทีละคนนะคะ)
แล้วฝาละมีเขาก็เห็นว่าพี่สาวเขียนนิยายได้ เลยมาบอกว่าเขาจะออกทุนพิมพ์
Magazine ให้หัวหนึ่ง (ชื่อ Magazine ต่อฉบับเขาเรียกกันเป็นหัว
ต่อฉบับเรียกเป็นปก) คือเขาอยากทำ Magazine อยู่แล้ว พี่สาวจะทำให้ได้ไหม
เขาว่าเขาจะเป็น บก. บห. แล้วให้พี่สาวเป็น บก.
คุณพี่ก็ตื่นเต้นกลับมาที่บ้านฮ่ะ มาคุยกับคุณน้อง
(ซึ่งก็คือข้าพเจ้า) เล่าให้ฟัง ก็ถามมาว่าเราจะสามารถเขียนงานได้ไหม
(คือคุณพี่ก็เห็นอยู่ไงว่าตอนนั้นทำ Mag. UFO) อะฮั้นก็เลยโทรหาเพื่อนๆ
(ตอนนั้นมีศักยภาพในการคบควาย เอ้ย! คบคน เพื่อนฝูงเยอะมาก มีเป็นฝูงๆ
เลย-ตอนนี้เพื่อนเลิกคบหมด โฮะๆๆ) ก็คือเพื่อนที่ทำ Mag. ด้วยกัน
แล้วก็มีเพื่อนบ้าการ์ตูน ไอ้เจ้า Violet วาดรูปเก่งมากกกกกก
ขอบอกว่าถ้าไม่ชุ่ยนะ ไอ้นี่ฝีมือระดับเทพ (เวลาชุ่ยจะฝีมือระดับมาร ฮุ ฮุ
^.^) รวมตัวกันก็คิด Concept magazine ไปเสนอฝาละมีคุณเพื่อนของคุณพี่เขา
ตอนนั้นตลาดหนังสือเทรน Fantasy ในเมืองไทยไม่ได้กระจายงี้นะ มีแต่การ์ตูน
พวกนิยายพวกนี้ยังไม่มี แหม... ไม่อยากใบ้ให้รู้อายุเลย แต่ยุคนั้นแฮรี่
หน้าหม้อ เอ้ย! Harry Potter ยังไม่เป็นวุ้น
นานมียังไม่ล่ำซำเหมือนปัจจุบันนี้เลย ทีนี้พอคิด Concept
ก็จะเอาความชอบของทุกคนมารวมกัน เพื่อจะได้แนวทางโดยรวมของ Magazine
ซึ่งจะต้องเป็นของที่คนทำถนัดที่สุด ตกลงกันไปมา
อะฮั้นชอบเรื่องลึกลับ+การ์ตูน Fantasy +ธรรมะ พี่สาวชอบเรื่อง Fantasy
ไอ้เพื่อนหมายเลข 1 ชอบเรื่อง Mystery ไอ้เพื่อนหลายเลข 2 ชอบตำนานยุโรป
ไอ้เพื่อนตัวอื่นๆ ชอบการ์ตูน Fantasy รวมกันแล้ว... เรื่องธรรมะตัดออก
พอยส์ Mag. กระจาย (แหงล่ะ)
พอความชอบของทุกคนมารวมกันแล้วก็จะเห็นแนวทางคร่าวๆ ของ Mag. แล้วใช่มะ
ก็มาดูในตลาดหนังสือว่ามี Mag. อะไร เทรนไหนออกมาบ้าง แล้ว...
ตรงนี้จำไว้นะคะ
เพราะมันจะทำให้เราคิดเทรนอะไรที่แปลกใหม่กว่าคนอื่นออกมาได้ ก็คือ ดูในตลาดหนังสือว่าปัจจุบันนี้มี Magazine อะไรออกมาบ้าง แล้ว... คิดรูปแบบของ Magazine ที่ยังไม่มีในตลาด ไม่ซ้ำแบบใครออกมา ไม่ใช่เห็นว่าเขามีแบบไหนแล้วทำแบบนั้น อันนั้นแถวบ้านคุณพี่เรียกว่า ไม่สร้างสรรค์ค่ะ
พอคิดได้งี้ต่อมาก็มาดูว่าตลาดปัจจุบันต้องการอะไร คือถ้าคิดเอาไม่ซ้ำแบบใครแต่ในตลาดไม่ต้องการทำออกมามันก็จะไม่มีคนอ่านอ่ะนะ
คิดไปคิดมาก็สรุปออกมาว่าจะทำ Magazine แนว Fantasy ล่ะ
ก็เสนอฝามีของคุณเพื่อนของคุณพี่ไป... โอ๊ย... ชื่อยาวแฮะ
ขอตั้งนามสมมุติว่า ไอ้บ้า ก็แล้วกัน
พอเสนอไปก็ตกลงโอเช ตกลงกันแล้วนะ ทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งหน้าเขียนคอลัมน์
หาข้อมูล ทำงาน (จะออก Mag. ได้ลื่นๆ
ควรมีต้นฉบับซัพพอร์ทล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือนฮ่ะ) เสร็จแล้วจัดอาร์ต
ส่งโรงพิมพ์... แหม... ก็ไม่อยากคุยให้รู้อายุอีกเหมือนกัน
คือสมัยนั้นประเทศไทยยังไม่มีโปรแกรม PageMaker ใช้อ่ะนะ
การวางอาร์ตมันเลยยุ่งยาก ไม่เหมือนปัจจุบันชาตินี้
พอส่งโรงพิมพ์ไปทางนั้นก็ต้องเอาไปจัด File อะไรต่อ
ใช้ระยะเวลานานกว่าปัจจุบันนี้เยอะเลย ซึ่ง... ถือว่าเป็นโชคดี
Because (ไม่ได้กระแดะลืมภาษานะคะ แบบว่าเจตนาค่ะ เป็นแสลงติดปาก) คือ... Because นาย ไอ้บ้า ซึ่งเป็นฝาละมีของเพื่อนคุณพี่คนนี้ อยู่ๆ ก็มาบอกว่าจะไม่จ่ายเงิน คือจะให้พวกเราทำ ใช้คำว่า
“ช่วยถอดใจทำให้พี่ได้ไหม สักระยะหนึ่ง ห้าหกฉบับ ถ้า Mag.ขายได้พี่ค่อยเอาเงินมาจ่าย”
เฮ้ย...
อย่างนี้เลยเหรอ... คือถ้าเขาบอกว่าไม่มีเงินนี่ทำใจได้นะ จะเข้าใจเขา
แต่... คุณคิดดู ปิดต้นฉบับล่วงหน้าหกเดือน
ไม่ได้นับค่าลิขสิทธิ์ของนักเขียนนะคะ สมมุติว่าถ้าเราโอเค
ค่าลิขสิทธิ์ไม่เอาเลย แต่... ค่ารูป ค่าฟิลม์ ค่าต้นฉบับภาพวาด ค่ารถ
ค่าอาหารเวลาออกไปสัมภาษณ์ ค่าข้อมูล ซีร็อค ค่ารถ จิปาถะอีกพรึ่บ
พวกนี้อย่าดูถูกนะคะ เอาแบบเซฟๆ นี่ต่อเดือนไม่ต่ำว่าหกหมื่นนะ (เซฟสุดๆ
เลยนะตะเอง) แล้วพี่มาบอกว่าไม่จ่าย... ใครจะรับได้?
คือจริงๆ ถ้าบอกว่า พี่ไม่มีเงิน ขอจ่ายให้ครึ่งหนึ่ง หรือ 30% ได้ไหม
อย่างนี้ยังพอจะคุยกันได้ เรายังพอจะให้ ทว่า...
เหตุการณ์ไม่ได้จบอยู่เพียงเท่านั้น เพราะคำพูดต่อมาของไอ้บ้าก็คือ
“ทั้งนิยายและคอลัมน์ทั้งหมดที่ลงในแม็กกาซีนถือเป็นลิขสิทธิ์ของพี่นะ”
เฮ้ย!! เล่นง่ายไปหน่อยเปล่า เพ่ เงินไม่คิดจ่าย
ยังด้านจะมาเอาสมองคนอื่นไปอีก คืออย่างนี้นะคะ ตาม พรบ. การพิมพ์
สำหรับเรื่อง+คอลัมน์ที่ลงใน Mag. พรบ. บอกว่า
“งานเขียนและวรรณกรรมถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนถ้าไม่มีมีการระบุไว้เป็นอื่น”
(ระบุเป็นอื่นก็คือระบุว่าเป็นของแม็กกาซีนหรือใคร อะไรเงี้ย) แล้วนะ...
มันไม่ใช่ว่าให้ไม่ได้ แต่ทั้งหมดที่ทำ อย่าว่าแต่บาทเดียว
แค่สลึงเดียสเขาก็ยังไม่จ่าย แล้วอยู่ๆ จะมาถือลิขสิทธิ์ไปโดยที่ตัวเองไม่ได้ทำ ไม่ได้จ่ายอะไรเลยเนี่ยนะ บ้าเกินไปรึเปล่า?
--------------------------- โอ๊ย... ยาวแระ พอก่อน โปรดติดตามตอนต่อไป --------------------------------

ไม่เห็นหัวคนทำเลยนิแบบนี้ พูดออกมาได้
อยากเห็นหน้าไอบ้านี้จริงๆ
รออ่านตอนหน้าเนอะ
ปล.ลืมไปงานเรนๆอะเค้าลืม
#1 By ฿฿- Try -฿฿ on 2008-01-31 23:19