ต่อจาก Entry ที่แล้วนะเคอะ เนื่องจากระยะเวลาในการอัพเร็วมาก ใครยังไม่ได้อ่านก็คลิกตามไปอ่านได้ในสำนักพิมพ์... สำนักขโมยพล็อต! [1]

..........คาดว่าไอ้บ้าคงคิดว่าเราเป็นเด็กแล้วหลอกง่าย (แบบว่าหน้าเอ๊าะฮ่ะ) คือตอนนั้นทุกคนกำลังเรียนกันอยู่ คืออยู่หมาลัยกันหมดเลย (ยกเว้นคุณพี่สาวนะ) แต่นะคะ... เป็นอย่างนี้ให้เด็ก ป.5 ยังไม่ไอคิวต่ำรู้ไม่ทันเลย สัญญาอะไรก็ไม่ได้เซ็นสักอย่าง อยู่ๆ เชิดต้นฉับหนีไปพร้อมลิขสิทธิ์จะว่าไง เป็นอย่างนี้ไม่ได้แล้ว ตอนนั้นต้นฉบับส่งพิมพ์ไปแล้วนะ แต่ยังไม่ทันพิมพ์ เพราะพอมันเป็นอย่างนี้คุณพี่เลยบึ่งไปโรงพิมพ์ เอาต้นฉบับคืนมาก่อนเลย พอทางนั้นรู้เรื่องก็โทรมาโวยวาย หาว่าทำอย่างนี้ได้ยังไง ก็แปลกอยู่ว่า ไอ้พวกที่ทำไม่ดีกับคนอื่นเวลาทำเขาไม่ได้หรือโดนเอาคืนมันชอบมาถามว่า ทำอย่างนี้ได้ยังไง ก็นะคะ... ถ้าไม่ทำดิฉันก็ซวย โดนคุณยึดสมองไปสิคะ ได้ไม่ได้มันก็ต้องทำล่ะ

............จบไปเรื่องนะ... สรุปคือ Magazine ยังไม่ได้ทำ แต่เก็บเอาไว้ เผื่อสักวันสวรรค์จะปราณี (จนป่านนี้ทำแม็กมาแล้วหลายหัว หัวนี้ก็ยังไม่ได้ทำอยู่ดี 55555)
พี่สาวนั่งว่างอยู่ เซ็งๆ เลยส่งนิยายไปให้แม็กกาซีนแม่บ้านฉบับหนึ่ง สมมุติชื่อว่า K ก็แล้วกัน (บอกชื่อจริงไม่ได้ เดี๋ยวจะรู้ว่า บก.แม็กหัวนี้เลือดตกผลึกออกมาเป็นโซเดียม) ส่งไปเรื่อยๆ เพราะว่างอยู่แล้ว ปรากฏอยู่ดีๆ วันหนึ่งมีคนโทรมาหา เป็นพี่นักเขียน ปัจจุบันซี้กันแล้ว ข้าพเจ้าเรียกพี่จูจุ๊ (แกมีชื่อดีๆ ใช้ แต่เราจะเรียกแบบนี้ โฮะๆๆ) บอกว่าอ่านนิยายของพี่สาวแล้วชอบ สนุกมากเลย

คือถามว่านิยายได้พิมพ์ไหม บอกเลยว่า ‘ไม่ได้พิมพ์’
คือการจะส่งนิยายไปที่แม็กกาซีนเล่มไหนนะคะ มันต้องดูว่า 1.แนวเรื่องของเราเข้ากับเขาได้หรือเปล่า คือเป็นแนวเดียวกันไหม 2.แม็กเล่มนั้นมีนิยายที่มีแนวเรื่องแบบนี้หรือยัง ซึ่งของคุณพี่สาวก็อยู่กรณี 2 ก็ป้าจูจุ๊แหล่ะผิด ดันมาเขียนแนวเดียวกันตัดหน้ากันซะได้ ชริ!


เนื่องจากพี่จุ๊แกชอบมาก เลยนัดเจอคนเขียนเป็นการส่วนตัว (เค้าป่าวเขียนแต่ก็ตามไปเจ๋อ ฮิ ฮิ) คุยไปคุยมาก็คุยไปถึงเรื่อง ไอ้บ้า พี่จุ๊เนื่องจากเป็นคนใจดี (ใจดีเกินไปเลยล่ะ ป้าคนเนี้ย) ก็โทรหา บก. Mag. K เล่าเรื่องเราให้ฟัง ถามว่า บก. สนใจนักเขียนน่ารัก หน้าใส วัยเอ๊าะไหม (การเสริมเติมนอกความจริงเล็กน้อยถือเป็นธรรมชาติของการเขียน) บก. ก็บอกว่าให้เอางานเข้าดู ไปๆ มาๆ เลยนัดกันซะงั้น


เอางานไปให้บก. ดูเขาไม่สนใจรูปแบบ Mag. แต่สนใจความสามารถของคนสวย (ยิ่งเล่าอาการยิ่งออกวุ้ย -"-) ก็คือเขาดูเห็นว่าทำอาร์ตเป็น เขียนงานดี เลยให้หัวข้อมาคิด ก็คือให้คิดคอลัมน์ไปให้ ก็เอาไปเสนอ เนื่องจากตอนนั้นยังเอ๊าะอยู่ (ตอนนี้ก็เอ๊าะ) เลยเสนอคอลัมน์เกี่ยววัยแรด เอ้ย! วัยรุ่น ไปให้ บก. ชอบ เลยได้เขียนให้กับที่นั่นยาวอยู่ (ตอนหลังกบฏมาออกหนึ่งสือของตัวเอง)


ช่วงนั้นพี่จุ๊พาไปงานนักเขียนต่างๆ เยอะเลย แต่ช่างเถอะ ขี้เกียจเล่า เอาเป็นว่าช่วงระหว่างนั้นก็ได้ข่าวมาว่ามี สนพ. ผี (นามสมมุติอีกเหมือนกัน) จัดประกวดวรรณกรรมเยาชน อะฮั้นเขียนอยู่เรื่องหนึ่งพอดี แต่ยังไม่จบ เลยว่าจะปั่นๆ ให้จบเพื่อส่งประกวดดีก่า ปีนั้น 1999 จำแม่นเพราะโดดเรียนไปดูอามาเกดอน เฮ้ย! ไม่ใช่แระ เป็นว่าปีนั้นอากาศหนาวสุดๆ แล้วกำหนดหมดเขตของเขามันก็สิ้นเดือนช่วงอากาศหนาวอีก ใส่เสื้อกันหนาวสามชั้นกอดกระเป๋าน้ำร้อน นั่งพิมพ์ทั้งๆ ที่มือแข็งเลยจำแม่นมาก
เนื่องจากอากาศหนาวเลยขี้เกียจไปเรียน ฉวยโอกาสหยุดสามวันปั่นนิยายให้จบ ประทานโทษ... วันปั่นจบคือคืนก่อนวันหมดเขต นั่ง Print จนเที่ยงเลย ก็โทรไปถาม สนพ. ว่าจะเอาไปส่งที่นั่นเลยนะ เพราะมันไม่ทันแล้ว เขาบอกทางมาก็ตกลง... ไป


ไปถึง... มัน สนพ. ร้างหรือหอกอะไรฟะเนี่ย คือออฟฟิศเขาเหมือนเป็นโฮมออฟิศก็ไม่แปลกหรอกนะ แต่ทานโทษ ปิดม่านสนิทแบบมองเข้าไปนอกจากม่านก็ไม่เห็นอะไรล่ะค่ะ ถึงหน้าออฟฟิศก็โทรเข้าไปใน สนพ. ว่าจะเข้าทางไปไหน ปรากฏเขาไม่ให้เข้าไป ไม่ยอมให้เข้าเลย เสร็จแล้วก็ให้แม่บ้านออกมารับต้นฉบับ แม้บ้านเลยออกมาจะเอาต้นฉบับไปเลย อะฮั้นก็ถามว่า

“แค่นี้เหรอคะ ไม่มีหลักฐานอะไรให้ไว้เหรอคะ”

แม่บ้านก็ตอบมาว่า “ไม่ต้องหรอก ไม่มี”

คือความจริงมันต้องมีหลักฐานว่าเขาเอาต้นฉบับเราไป มีต้นฉบับเราอยู่ครอบครอง ตรงนี้สำคัญมาก แต่ตอนนั้นโง่อยู่ เพิ่งเข้าวงการมาใหม่ๆ ไม่รู้ว่าสำคัญขนาดนั้น พอแม่บ้านว่าอย่างนั้นก็ถูกผีควายเข้าสิง โง่กลับมาบ้านทั้งๆ อย่างนั้น


วันเวลาล่วงเลย... ผ่านไปสามสี่เดือนจนถึงวันประกาศผล ทว่า... มันเจือกเลื่อนกำหนดการประกาศผล เลื่อนไปแบบว่าเลื่อนแล้วเลื่อนอีกเลยนะ เลื่อนจนตูเซ็ง ก็ช่างหัวมันและเผือกไปแระ ปรากฏ...
ตอนนั้นก็ได้มีหนังเรื่องหนึ่งเปิดฉายขึ้นมา เป็นละครซีรี่ย์นะ เห็นซึ่งมัน Mystery น่าดูดี ข้าพเจ้าก็รอดู ตอนแรก เปิดเรื่องมา แบบว่า... แม่เจ้า!!

 

นี่มันนิยายตูชัดๆ !!

 

----------------------------------------------------

5555555 จบไปตรงไคล์แม็ก โปรดติดตามตอนต่อไป

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ปี1999 อืม... entry นี้เป็นเรื่องคนแก่ระลึกความหลังซินะ
*************
เพื่อนชั่วที่ไม่เคยอ่านนิยายตูเลย ซักเรื่อง < < < ก็ไม่ต้องอ่านแล้วไง มีคนเอาไปทำละครให้ดูแทน 555

#1 By Mouy on 2008-02-01 18:56

E... E.... E.........
Eบ้า! แกกับชั้นก็ไม่ได้จะแก่ต่างกันสักเท่รไหร่หรอกนะยะ!

ตูนึกแล้วว่าตูมีเพื่อนชั่ว คอนเฟริมความชั่ว ชั่วจริงๆ!

#2 By Aquarius on 2008-02-01 19:39

เหอๆประเทศชาติ ไม่แปลกใจว่าทำไมวงการวรรณกรรม+บันเทิงบ้านเรามันไม่พัฒนาได้เร็วๆเหมือนต่างชาติเค้าซะที

ว่าแต่พี่นี่ก็โดนมาเยอะเอาการนะเนี่ยsad smile พอจะเริ่มเก็ตแรงบันดาลใจในการเปิดสำนักพิมพ์เองละ

เปิดบลอคคนโน้นบลอคคนนี้มาเรื่อยๆ ก็ไหลมาเจอบลอคพี่

แบบว่า เอ๊ะ!ชื่อคุ้นๆ เหมือนพี่ที่ไปเปิดบูทที่โรงเรียนเลย

เข้ามาแล้วก็...

ใช่จริงๆด้วย

หนูเดาว่าพี่จำหนูไม่ได้หรอก แต่หนูจำพี่ได้แม่นเลย ยังจำได้ว่าปีก่อนยังไปนั่งจดเลคเชอร์เรื่องการทำหนังสือของตัวเองจากพี่ตอนที่พี่ีมาเปิดบูทที่โรงเรียนเก่า(ใบ้ว่าที่เดียวกะพี่kaze)อยู่เลย แล้วก็ได้พี่faustช่วยสอนวิธีใช้โปรแกรมmanga studioให้ด้วย 55+

พล่ามมาซะยาว เอาเป็นว่าขอแอดบลอคนะเคอะcry แล้วก็จะรออ่านตอนต่อไปนะค๊า แบบว่าอ่านเรื่องนี้ได้ทั้งเบื้องหลังวงการหนังสือแล้วยังได้อารมณ์เหมือนอ่านนิยายเลย มาเป็นชอตๆ

ไปแระ

#3 By ๑۩ﺴ Ul-Q ﺴ۩๑ on 2008-02-01 23:25

จำไม่ได้หรอกว่าใคร 555555 แต่เด็ก ศน. ชั่ว เอ้ย! ชัวร์ ฮุ ฮุ
ส่วนบล็อกก็เชิญแอดตามสบายจ้า เดี๋ยวพี่จะตามไปเอาคืนมั่ง โฮะๆๆ

ปล.ไม่ใช่แรงบันดาลใจในการเปิดสำนักพิมพ์ แต่เป็นเพราะชะตากรรมนำพา

#4 By Aquarius on 2008-02-02 19:36

แป่ว...sad smile sad smile แล้วไงต่อ

#5 By ไอ้แป้น : i-phan on 2008-02-06 00:30