.........เรื่องเริ่มข้นขึ้นเรื่อยๆ แล้ว จากนี้ไปถ้ามีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นก็ให้รู้ไว้เถอะ ว่าอัพเล่าๆ เนี่ยๆ แม้จะไม่ได้ออกชื่อใครเลย แล้วจริงๆ มันก็ยังไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับคนในบล็อก... มั้งนะ คิดว่า (กร๊ากกกก 55555 เพิ่งเห็นที่ให้ใส่ Icon นะเนี่ย ใช้ซะหน่อยซิ ) แต่เนื่องจากเปจังเป็น Magazine อย่างที่ว่า มันก็อาจมีพวกร้อนที่คิดว่ากระทบตัวเองทั้งที่ตูไม่ได้ด่าอยู่ด้วย แต่ไงก็ตาม เป็นการป้องกันผี(แดง)อาละวาด ตอนนี้ได้ตั้งใหเฉพาะ้สมาชิกเท่านั้นแล้วน่อถึงจะตอบบล็อกได้ คือคนเราจะใส่ร้ายอะไรใครก็แฟร์ๆ โชว์ตัวเป็นๆ ให้เห็นหน่อยเต๊อะ ขนาดคุณพี่เล่าถึงพวกชาติมหาอำนาจ (สนพ.ที่เล่าถึงนี่มหาอำนาจในวงการทั้งนั้นเลยนะ จะบอกให้) ยังโชว์ตัวหราขนาดนี้เลย ถ้าเรื่องจริงก็แฟร์ๆ ไม่ต้องกลัวโดนฟ้องกลับหรอกจ้า คุณพี่ไม่ฟ้องกลับแน่ ถ้่าเป็นเรื่องจริงนะจ๊ะ จุ๊บๆ

........อ้อ... ลืมบอก ใครเข้ามาที่หลังคลิกย้อ นไปอ่านต่อที่ 1-4 ก่อนหน้านี้ได้นะคะ ขึ้น Recommend ไว้ให้เลี้ยง อยู่ด้านข้างๆ จ้ะ

เล่าต่อนะ... ฟามจริงนี่ตอนสุดท้ายแล้วล่ะ ละเอียดกว่านี้เดี๋ยวจะเขียนเล่มพิมพ์ขายดีมะ พวกเดะๆ ที่เข้ามาทำงานกับคุณพี่แบบโฉดๆ ก็มี ถ้ามันคลั่งนักเดี๋ยวจะเขียนพิมพ์รวมเล่มวางขายมันให้ทั่วประเทศไปเล้ย เจ๋งป่าว 555555 หลังจากนี้ก็เตรียมอ่านเรื่องผีที่รีเควสมาได้ เย้!

อ่ะ...!ขอย้อนกลับมาตอนที่โดนสำนักพิมพ์ผีมันเอาพล็อตไปขายทำหนัง แล้วป้ากัส คือคุณพี่สาวได้ต้นฉบับคืนมาจาก สนพ.A ไม่ครบทุกเรื่องนะ

ก็อยู่ในช่วงที่ทำเปจัง ซึ่งเปจังก็เป็น Mag. แบบว่ามีการ์ตูน+นิยายคละเคล้ากันไป ตอนนั้นเปจังก็มีเว็บ มีบอร์ด แล้วอยู่ๆ ก็มีใครไม่รู้ มาโพสต์โปรนิยาย เรื่องหอกอะไรที่ชื่อมันกระเดียดแชมพูสระผมประมาณนั้น บอกว่าสนุกมาก ให้ไปอ่าน ทว่า...

ขอถาม บก. Magazine ทุกฉบับเลยนะ... มีใครเป็น บก. แล้วได้นอนเป็นเวลา กินข้าวเป็นเวลา ว่างงานหนีไปเที่ยวทะเลได้บ้างไหม คืองานมันยุ่งมาก แล้วเห็นว่าก็แค่กระทู้โปรนิยาย ให้อ่านก็ไม่ไปอ่าน (ตูยุ่งเฟ้ย คนมียอดขายหนังสือกว่าหมื่นเท่านั้นถึงจะเข้าใจ)

สรุปคือไม่สนใจนั่นแหล่ะ ลืมไปแล้วด้วย ต่อมาก็มีมาโปรอีก นิยายเรื่องเดิม คนเดิม ก็ช่างหัวมันและเผือก ไม่สนใจ หนักๆ เข้าก็มีมาอีก ’ไรฟะ ได้ยินมาว่ามันเป็นนิยายมีชื่อพอสมควรไม่ใช่เรอะ ไหงถึงกระเสือกกระสนมาโปรในบอร์ดเดิมๆ ไม่เลิก คราวนี้เอาเรื่องมาโพสต์ให้อ่านด้วย พระออกัส (คือพี่สาว) ไปอ่าน ได้ประมาณ... 3 บรรทัด จบ. เปล่า เรื่องไม่ได้จบ แต่ภาษามันห่วยแตกจนทนอ่านไม่ไหว ก็ช่างหัวมัน
คือความจริงนะ บก. ของ สนพ. ที่พิมพ์นิยายเรื่องนี้ดิฉันก็รู้จักค่ะ รู้จักหลังจากที่คนเขียน... หรือใครก็ไม่รู้ (อาจเป็นลิ่วล้อ) มาจองเวรโปรนิยายในบอร์ด (จองเวรจริงๆ นะ เล่นโปร 4-5 รอบ อยากให้อ่านก็ส่งมาสิฟะ ตูไม่ซื้อเองหรอก ชริ!) เขาก็คุยถึงนิยายเรื่องนี้ให้ฟังว่าเขาเป็นคนเอามาพิมพ์แล้วขายดีมากเลย ก็แค่นั้น (แอบคิดอยู่ในใจว่าปรู๊ฟแล้วเหรอเนี่ย ภาษา... ห่วยบัดซบ-"-)

ก็จบไปเลยเรื่องนี้... ไม่ได้คิดอะไร ไม่ใช่เรื่องสำคัญต้องสนใจ ก็ผ่านไป ไปเรื่อยๆๆๆๆ จนกระทั่งโดนมารนรกทำคุณไสย์ใส่ (เป็นพนักงานบัญชีที่โกงเงินข้าพเจ้า) ก็ยังผ่านไปอีกจน ประมาณ 2 ปีหลังจากนั้นได้ ตอนนั้นเปิดศูนย์สอนวาดการ์ตูน (เนื่องจากตอนทำเปจัง มีเด็กส่งต้นฉบับมาถึง สนพ. 50 เรื่องต่อเดือน แต่ฝีมือดีจัด ไม่ผ่านได้ลงเลยสักเรื่อง กลุ้มมาก เลยต้องเปิดคอร์สสอน-"-) ก็มีลูกศิษย์อยู่คนหนึ่งที่เป็นแฟนนิยายแชมพูสระผมเรื่องนี้ คุณศิษย์ก็คลั่งมากเลย มานั่งสปอยให้คุณครูฟัง ไอ้เราก็เออ... เด็กคุย ฟังไปเรื่อยๆ ปรากฏ...
เจ้าศิษย์ก็เล่าๆๆ เจ้าครูก็ฟังๆๆ ปรากฏยิ่งฟังพล็อตมันยิ่งคุ้นว่ะ ก็บอกลูกศิษย์ว่า

“เฮ้ย เราเล่าอะไรเนี่ย คุ้นครูมากเลย” (คนน่ารักบางทีก็เรีัยกตัวเองว่าคุณพี่ บางทีก็เรียกตัวเองว่าคุณครู ฮุ ฮุ)

ศิษย์รัก (บางทีก็รัก บางทีก็อยากถีบ) ก็ทำหน้างงๆ อะฮั้นเลยบอกให้เล่ามาให้จบเรื่อง ก็ฟังๆๆๆๆ ยิ่งฟังยิ่งคุ้น ยิ่งเหมือน แล้วขอบอกว่าอย่างเป๊ะ พล็อตเหมือนกัน พอยส์เหมือนกัน คอนเซปท์เหมือนกัน ขนาดชื่อของวิเศษยังเหมือนกัน (โดราเอมอนก็มีของวิเศษ ไม่ไปก็อปโดราเอมอนฟะ) อย่างเดียวที่ไม่เหมือน คือภาษามันห่วยบัดซบ (ไม่เข้าใจว่าเด็กๆ อ่านกันได้ยังไง ห่วยขนาดนั้น)

ถามว่าเหมือนอะไร มันเหมือนกับนิยายในตำนานของคุณพี่สาวที่ สนพ. A ไม่ยอมคืนต้นฉบับมา บอกว่า หาไม่เจอ นั่นแหล่ะ

ตอนนั้นอย่างชัวร์ไป 85% แล้วว่าพี่สาวโดนก็อปแน่นอน เพราะ บก. นิยายเรื่องนี้เรารู้จักดี (เพิ่งรู้จังหลังจากที่ทำเปจังแล้ว) ก็เลยรู้ดีด้วยว่าเขาย้ายออกมาจาก สนพ.A ดังนั้นความเหมือนของพล็อตเช่นนี้ไม่ควรเป็นเรื่องบังเอิญ
เลยไปเล่าให้พี่สาวฟัง ก็บังเอิญว่า ที่ร้าน... (ตึกที่ทำโรงเรียน ชั้นล่างเป็นหน้าร้าน) มีสาวกเอาหนังสือมือสองมาฝากขาย ก็มีไอ้นิยายแชมพูเล่มนี้อยู่ด้วย (บอกว่าอ่านแล้วห่วย ขี้เกียจตามต่อเลยให้ขายให้หน่อย) คุณพี่สาวเลยไปหยิบมาลองอ่านดู แล้วก็ หึ หึ หึ อย่างชัวร์ มันก็อป ค่ะ

ตอนหลังก็พยายามสอบดูประวัติ บก. กับนิยายเรื่องนี้ ปรากฏว่า ความจริงแล้ว เขาออกมาจาก สนพ. A โดยเอาต้นฉบับนิยายเรื่อง... เขาพูดถึงชื่อว่าเป็นไอ้แชมพูเนี่ยอ่ะนะ บอกว่าเอาออกมาด้วยจาก สนพ.A แล้วก็มาเสนอให้อีกสนพ.พิมพ์หนึ่ง ซึ่งพอพิมพ์แล้วมันขายดี (ทั้งที่ภาษาห่วย) เขาก็เลยได้เลื่อนขั้นเป็นใหญ่เป็นโตใน สนพ. นั้นไป

โอ้โห... โลกมนุษย์... เป็นเช่นนี้เองหรือนี่... สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม เฮ้ย! ไม่ใช่แระ


เรื่องนี้ถามว่าฟ้องได้ไหม เอาจริงๆ ก็คือได้ ซึ่งก็ยุคุณพี่เหมือนกันค่ะว่าให้ฟ้อง คุณพี่สาวก็กะว่างั้น มันก๊อปไปหมดขนาดนี้ก็คงจะฟ้องน่ะแหล่ะ แต่พออ่านๆ ไปจนจบเล่มหนึ่ง พี่ท่านก็พูดออกมาว่า

“อย่าฟ้องดีกว่า อายเขาเปล่าๆ”

อาย... ในที่นี้ไม่ได้กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยว่าจะเจอ นสพ. เขียนด่านะ แต่พี่ท่านบอกว่า มันเขียนห่วยมากเลย ถ้าฟ้องไปเดี๋ยวคนอื่นจะคิดว่าพี่ท่านมีฝีมือประมาณนั้นไปด้วย เนี่ยแหล่ะ!! ความเศร้าของนักเขียนยิ่งกว่าการโดน Copy พล็อตก็คือมันเอาพล็อตของเราไปแล้วดันทำห่วยเนี่ยแหล่ะ! ก๊อปภาษาหอกอะไรของมันฟะ! จะฟ้องก็เสียฝีมือ เซ็งที่สุด!

ลูกศิษย์ถามมาว่า แล้วครูจะทำไง ปล่อยเค้าไว้งี้เหรอ คุณครูก็ตอบไปค่ะว่า ปล่อยไปเถอะ เดี๋ยวมันก็ซวยเอง ศิษย์ถามมาว่า ทำไมเขาถึงจะซวย ก็นะคะ ดิฉันก็ตอบศิษย์ไปค่ะว่า

“คนเรานะ ไม่ว่าเรื่องที่คุณก็อปมามันจะดังแค่ไหน แต่พอถึงเรื่องต่อมาที่คุณต้องคิดพล็อตเอง นั่นแหล่ะจะพิสูจน์ให้คนอ่านรู้ว่าคุณก็อปหรือไม่ก็อป”

เพราะอะไรคะ เพราะฝีมือที่ต่างกันระหว่างเรื่องที่ก็อปมากับเรื่องที่คิดเองไง คนอ่านถ้าไม่เคยอ่านเรื่องต้นฉบับก็จะอาจไม่รู้หรอกว่าก็อป แต่แน่นอน คนอ่านจะรู้ว่าคุณฝีมือห่วยลง ระดับความสนุกของเรื่องแรกและเรื่องหลังต่างกันยิ่งกว่าฟ้ากับเหว และเรื่องที่สอง หรือเรื่องต่อไปที่ไม่ได้ก็อปนี่แหล่ะ จะเป็นตัวตัดสินอนาคตของคุณ

สำหรับใครนะ ที่เกิดเคยมีชั่ววูบที่คิดว่าจะก็อปคนอื่น หรือเคยก๊อปใครมาแล้ว ข้าพเจ้าจะขอเตือนก่อนว่า สำหรับนักเขียนแล้ว เรื่องแรกที่เริ่มจากฝีห่วยจนพัฒนาไปเป็นดี คนอ่านจะรับได้มากว่าเรื่องแรกดีแต่เรื่องต่อมาห่วย นะคะ สรุปคือ กรณีแรกจะมีโอกาสดังและไปได้ไกลกว่าอย่างหลังค่ะ เพราะงั้นคิดให้ดี กับอีแค่พล็อต มันไม่ได้คิดยากคิดเย็นขนาดนั้น ส่วนใหญ่ไม่ต้องคิดเขาก็ไหลกันมาวันสิบยี่สิบพล็อตอยู่แล้ว คิดเองดีกว่า แต่นะ... ถ้าไม่มีสมองถึงขนาดแค่พล็อตจะคิดเองให้ดีก็ยังไม่มีปัญญา ก็ขอแนะนำว่าอย่ามาเป็นมันเลยนักเขียน แปลว่าคุณไม่มีพรสวรรค์แล้ว ไปตายเลยดีก่า จะทำบุญโลงศพให้ด้วย ฟามจริงของแบบนี้มันฝึกกันได้ ฝึกบ่อยๆ ก็คิดดีได้เองแหล่ะ

สาเหตุที่เอามาเล่า (พล่ามมายาว Toipc อยู่แค่นี้แหล่ะ) ก็คือก่อนหน้านี้อะฮั้นส่งนิยายไปให้ สนพ. คือแม็กกาซีนที่เขียนคอลัมน์ลงอยู่อ่ะนะ ส่งไปครึ่งเรื่อง (ความจริง ¼ เรื่องล่ะ) แบบว่าเขียนเล่นไว้นานแล้ว มาดูๆ เห็นเทรนเรื่องมันเข้ากับแม็กเขาดี แต่แม็กเล่มนี้ความจริงไม่ได้ลงนิยายนะ คือ บก. เขาเป็นแฟนคอลัมน์คุณพี่อย่างที่เล่านั่นแหล่ะ ก็ส่งไปเผื่ออยากเปลี่ยนอะไรประมาณนี้ ทีนี้เนื่องจากที่ บก. เป็นแฟนหนังสือตัวเอง เลยได้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เฮ้ย! ไม่ใช่แระ (ไอ้นี่ไม่เอา มันจบแค่ ม. 7 ไม่จ๊อบ) ก็คืออภิสิทธิ์ว่าน้องเขาอ่านแล้วก็ชอบ (บก.อ่อนกว่า ทั้งที่คุงพี่เพิ่งอายุ 18 แท้ๆ แต่ บก. อ่อนกว่า ฮือๆ) เราจะส่งให้ลงแม็ก ดันของขึ้น อยากจะรวมเล่ม แต่น้องเขาไม่ได้อยู่ฝ่าย Pocket book ไง เลยเสนอไปให้ฝ่ายที่รับผิดชอบ ยังไม่ได้ส่งนิยายไปให้อ่านนะคะ เสนอไปเฉยๆ ทางนั้นดันบอกมาว่าอย่างนี้

“เออดี กำลังอยากได้พล็อตใหม่ๆ มาเขียน”

เฮ้ย! อย่างนี้เลยเหรอคุณ!? เหตุเกิดสดๆ เมื่อวันจันทร์ ที่ 29 มกราคม 51 นี้เองค่ะ โชคดีที่ได้ บก. เป็นแฟนผลงาน น้องเขาเลยเซฟให้เป็นพิเศษ โทรบอกว่า
“หนูขอส่งคืนให้พี่ก่อนดีกว่าค่ะ ทางนั้นว่ามาอย่างนั้นหนูกลัวเลย”

โอ้โห... นะคะ... ตั้งแต่เข้าวงการมาสิ่งที่สงสัยมาโดยตลอดว่าทำไมตูถึงโดนก็อปจังเลยฟะ ที่ไหนได้ สนพ. เขามีนโยบายกันอย่างนี้ใช่ไหม ไม่ซื้อ แต่หาพล็อตมาเขียน บอกแล้ว แค่พล็อตเนี่ยนะ ถ้าคิดไม่ได้ก็ไปตายซะเถอะ อย่ามายืนหยัดอยู่ในวงการนี้เลย มันอีเดียด

นะ... ความจริงจะบอกว่ามีเยอะว่านี้อีก ของคุงพี่สาวที่โดนพวกเขียนบทหนังก๊อปไปก็มี แต่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง ขี้เกียจเล่ามาก แค่เนี่ยแหล่ะ อ๊ะ! แต่บอกก่อน สนพ. คุณพี่ไม่ก๊อปนะคะ คิดเอาเถอะ ตัวเองโดนมาขนาดนี้ใครจะคิดก๊อปคนอื่นเข้าได้ ก็แค่... พิจารณาพิมพ์งานตัวเองก่อนงานชาวบ้านเท่านั้นเอง ก็ตูตั้ง สนพ. ขึ้นมาเพื่อการนี้นี่ฝ่า โฮะๆๆ แล้วอ้อนะ... บางทีก็มีเด็กส่งงานมา (แต่เขียนห่วย) คุงพี่โยนคืนกลับไป คอมเมนต์แค่ๆ นิดๆ หน่อยๆ แล้วเขารับไม่ได้ มาด่าหาว่าเราขโมยพล็อตก็มี หู... น้ิองขา ใครรู้จักคุณพี่ ได้ตุยกันตัวๆ ก็รู้แล้วใช่ไหมว่าตูเป็นยังไง ในหัวกบาลอะฮั้นพล็อตผุดขึ้นยิ่งกว่าดอกเห็ด วันหนึ่งผูดมานี่นับพล็อตไม่ถ้วน แต่พล็อตตูยังเขียนไม่ได้หมดจะเอาพล็อตคนอื่นมาแขวนคอทำซากอะไรฟระ

แต่นั่นแหล่ะ จริงๆ เราอยากเป็นนักเขียนธรรมดามากเลยนะ ไอ้ สนพ. เนี่ย โคตรขี้เกียจเลย อยากนอนอยู่บ้านเขียนงานไปเรื่อยๆ แต่พวกมันก็เป็นซะแบบเนี้ย แล้วก็มาบ่นว่ามี สนพ. ใหม่เกิดเยอะ ก็มันบีบให้เขาต้องทำ สนพ. เองนี่หว่า

ไหนๆ ก็เล่ามาขนาดนี้แล้ว จากประสบการณ์ที่โดนมา ก็ขอเตือนใครที่อยากจะส่งเรื่องไป สนพ. ต่างๆ นะคะ ว่าป้องกันเซฟนิยายตัวเองสักนิดก็ดี การส่งเรื่องที่ไม่จบไป บอกเลยว่าเป็นนักเขียนอย่าทำ (คุณพี่ทำได้เพราะ มีอภิสิทธิ์) ไม่มีใครมานั่งพิจารณานิยายที่อ่านไม่รู้ว่าเรื่องเป็นยังไงหรอก อืม... ก็อาจะมีบ้างนะ พวกที่เขาพิมพ์ของเด็กๆ ที่เขียนลงเน็ต แต่อย่าง สนพ. ใหญ่ๆ หรือแม็กาซีนมีชื่อเขาซีเรียสนะ ไอ้จบเรื่องเนี่ย แต่การส่งไปจนจบเรื่องก็ง่ายมากต่อการโดนก๊อป เพราะฉะนั้น...

ถึงแม้กระทรวงพาณิชย์จะจั๊ดง่าวและน่ารำคาญมากเวลาที่ติดต่อเรื่องทะเบียนเกี่ยวกับบริษัท แต่กรมทรัพย์สินทางปัญญาเขาก็มีเอาไว้ให้ประชาชนใช้งานนะ ก็คือไปจดแจ้งลิขสิทธิ์เอาไว้ ไม่ใช่การจดลิขสิทธิ์นะ เพราะลิขสิทธิ์มันเป็นของเราตั้งแต่เราเขียนงานจบตั้งแต่ต้นแล้ว ทีนี้กฎหมายเมืองไทยมันเพี้ยนอย่างคือ ถ้าใครเผยแพร่ก่อนคนนั้นชนะ หมายความว่าถ้ามีคนขโมยของเราไปพิมพ์เผยแพร่ที่ไหนก่อนลิขสิทธิ์ก็จะเป็นของเขา การเผยแพร่นี้คือ 100 ตัว เอ้ย! 100 คน ขึ้นไป เพราะงั้นถ้าแพร่ผ่านหน้าเว็บมีคนเข้าดูเกิน 100 ตรงนี้ถือว่าประกาศลิขสิทธิ์ของเราโดยสมบูรณ์แล้ว (อย่างที่อัพขึ้นบล็อกนี้ของคุณพี่ก็ประกาศลิขสิทธิ์แล้ว เข้าดู 200-350 ตัวต่ิวัน) แต่ทางหน้าเว็บก็ก๊อปง่าย ศิษย์คุณพี่บ่นกันตรึม เรื่องโดนก๊อปหน้าเว็บเนี่ย เพราะงั้นพิมพ์เผ่ยแพร่ก่อน 100 เล่มตรงนี้ก็ถือว่าประกาศลิขสิทธิ์โดยสมบูรณ์เหมือนกัน ต่อไปถ้ามีใครเอาไปก็ฟ้องมันไปเลย (ดูด้วยนะว่าฝีมือมันคุณค่าให้ฟ้องพอรึเปล่า ไม่งั้นเราจะเซ็งเอง ^.^)

แต่ในกรณที่ไม่มีปัญญาไปเผยแพร่ที่ไหนก็ให้ไปจดแจ้งลิขสิทธิ์ไว้ เป็นข้อยืนยันว่าเราเขียนงานนี้จบเมื่อวันที่เท่านี้ๆ ต่อไปถ้าโดยใครก๊อปหรือขโมย เอกสารการจดแจ้งก็จะพิสูจน์ออกมาว่าใครเขียนก่อนเขียนหลัง คุ้มครองเราได้ในระดับหนึ่ง
รายละเอียดการจดแจ้ง ไปดูในเว็บกระทรวงพาณิชย์เอาเองเฟ้ย ขี้เกียจพิมพ์ ยาวมากพอแระ ไปเล่าเรื่องผีดีกว่า 5555

พรุ่งนี้เจอกันฟังเรื่องผีจ้า จุ๊บๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

กรี๊ดดดดดดดดดดด ทำไมมันยาวอย่างนี้เนี่ย!! พิมพ์ใน Notepad นึกว่ามันจะสั้นๆ ไหงยาวเป็นพรืดเงี้ย sad smile

แต่ช่างมัน... ตอนสุดท้่ายแล้ว ทนตาลายกันหน่อยเด้อ จุ๊บๆ

#1 By Aquarius on 2008-02-04 13:43

พี่...หนูว่าพี่เอาไอ้เรื่องที่พี่เจอเนี่ยมาสร้างพลอตเขียนนิยายไปเลยดีกว่ามั้ย? แบบว่าจะได้พลอตไม่ซ้ำใคร แบบว่าแอบๆประจานกันให้อายไปเลย ชื่อเรื่องอะไรดี? 'สงครามสำนักพิมพ์' เลียนแบบสงครามนางฟ้าตีแผ่เบื้องหลังวงการ (ฮา) แล้วหนูว่าไอ้สำนักพิมพ์เกรียนๆมาอ่านมันคงสะดุ้งไปตามๆกัน แล้วมันคงไม่กล้ากอปหรอกมั้ง เผลออาจจะได้เอาไปทำเป็นหนังก็ได้นาquestion

#2 By ๑۩ﺴ Ul-Q ﺴ۩๑ on 2008-02-04 18:29

อะหือ...อย่างแรง

ขอบคุณมากค่า เป็นพระคุณ พร้อมอุทาหรณ์..(อะไรการันต์ โอ๊ย...) สอนใจ

#2 บรรเจิดมาก สุดยอด สนับสนุนม๊ากค่ะ

#3 By shiny on 2008-02-05 02:26

#2 ...สงครามงั้นเลยนะน้อง... อืม... คิดก่อน ถ้าพิมพ์อาจรวมเรื่องอื่นๆ ใส่ไปด้วย เนี่ย... กะลังรอคน Login เข้ามาด่าอยู่ พอตั้ง Login ล่ะหายเชีย เซ็งเลย sad smile

#3 เออ... พิมพ์ถูกแล้วจ้า คุณพี่ก็กะเล่าให้เป็นอุทาหอนนนน บรู๊ววววๆๆ แหล่ะเด้อ ถ้าอ่านอย่างอยากไม่จตุดไฟไว้ที่ตาก็ได้แง่คิด ได้สาระไปใช้ประโยชน์เยอะนะ จะบอกให้จุ๊บๆ

ดีใจที่มีคนเก็บไปใช้เป็นอุทาหรณ์ได้ เย้!!

Ps.ตอนนี้ขีเกียจเปิดคอมพ์ในห้อง เดี๋ยวตอนเย็นจะมาอัพเรื่องผีให้อ่าน เอ้า! ใครอยากเมนต์เชิญ โอกาสสุดท้ายแล้วนะ จุ๊บๆ

#4 By Aquarius on 2008-02-05 13:44

เพราะแบบนี้เลยต้องหา บก ตาถึงเอาไปลงพิมพ์โดยไวล่ะมั้งครับ...
(ไม่ใช่คนวงการ เลยแซวเล่นน่ะครับ..)

#5 By นิเกะ on 2008-02-05 15:33

เหอะๆ ถ้าคิดแบบขำๆ ก็กั๊กตอนสุดท้ายไว้ครับ "ถ้าไม่จ่าย ฉันก็ไม่ส่งตอนสุดท้ายให้" 555
ตอนแรกก็ยังอึ้งๆอยู่เพราะชื่อบล็อกคล้ายของรุ่นน้อง
เลยงงว่าทำไมสีสันบล็อกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ที่แท้คนละคนนี่เอง แหะๆ

อ่านแล้วมันส์มากมายแม้ว่าเป็นเรื่องทำนองเดิมๆที่เราๆรู้กันอยู่
วงการนิยายน่าจะโดนลอกง่ายกว่าการ์ตูนจริงๆแหละเนอะ แย่เลย
แล้วก็เห็นด้วยที่ภาษานิยายสมัยนี้มัน...

เอานะ ดีแล้วครับที่เล่า เป็นอุทาหรณ์ที่ดีbig smile

#7 By โคค่อน on 2008-02-05 17:31

Ul-Q #2

ชื่อเรื่องว่า "สงครามรักล้างแท่นพิมพ์" อะเน่าดี

ออกัสแสดง คู่กะ ทาเคชิ คาเนชิโร่ โฮะๆๆ

P'ren จัง เจ้าของบล็อคเป็นคนขายลูกชิ้นหน้าสำนักพิมพ์ละกันcry

#8 By August on 2008-02-05 17:56

เสียดาย อ่านไปๆ นึกว่าตามไปเจอ หรือตามไปฟ้องแน่ๆ
อดลุ้นต่อเลยครับ ^-^

แต่ก็ดีแล้ว คิดี ทำดี ความดีก็คงวนมาเจอในเร็ววัน
(เช่นคนที่ copy ไป เค้าเอาค่าต้นฉบับมาให้ 555)
^
^
เราจะตามอยู่ แต่ตอนที่เรารู้ว่าโดนก็อบ มันผ่านไปสามสี่ปีแล้วมั๊ง คือตอนนั้นเราได้อ่านเล่ม 1 (ก็อ่านไปสามสี่หน้า นอกนั้นผ่านๆ เพราะมันห่วยจริงๆ เจอชื่อของวิเศษ และอื่นๆ ฯลฯ ก็พอรู้แล้วว่าของตูแน่) แต่จริงๆ มันออกมาถึงเล่มอวสานแล้ว สอบถามแล้ว คุณทนายก็บอกว่า มันคงฟ้องได้แต่แพ่ง (อายุความมันพ้นอาญาไปแล้วอ่ะ) อีกอย่าง เวลาขนาดนั้น ยังจะตามได้ขนาดไหน

แต่ที่สุดของที่สุดคือ มันห่วยมาก ห่วยจนไม่อยากให้ใครรู้เลยว่ามันได้ไปจากเรื่องของเรา ปล่อยให้มันอยู่คู่ความห่วยต่อไป (ดีกว่าไปสร้างข่าวให้มันขายได้เพิ่ม ม่ายอาว)

#11 By August on 2008-02-05 18:53

กรี๊ดดดด ขึ้น Hot post เหรอเนี่ย รักน้องแชมป์จังเลย จุ๊บๆ
มีกะลังใจ ยังไม่อัพเรื่งอผีดีก่า (ไหงงั้น) แปะไว้ๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาอัพแน่ แหะๆ sad smile

#5 อยากให้เป็นอย่างนั้น แต่รอบนี้ขอสัญาซื้อลิขสิทธิ์ด้วยเด้อ มะเอาก๊อป เข็ดแย้ว sad smile

#6 อันนั้นต้องดังก่อนถึงจะทำได้ ตอนนี้ยังกระจอก มีแฟนคลับแค่ไม่กี่ร้อยตัว เอ้ย! คนเอง ซิกๆ

#7 เป็นดัง August ตอบค่ะ
เห็นด้วยที่ภาษานิยายสมัยนี้มัน...
ขอบคุณจริงๆ ที่เห็นด้วย นึกว่าโลกปัจจุบันจะไม่มีใครรู้สึกซะแล้วว่านิยายเดี๋ยวนี้ภาษามัน....
#10 คนเพี้ยนโพสต์ซ้ำ ลบไปแล้ว คิก คิก

#12 By Aquarius on 2008-02-05 19:00

เรื่องพล็อตซ้ำนี่...เซ็ง
ไอ้ลอกๆ เนี่ยนะ
เฮ้อ..........เซ็ง ไม่รู้จะพูดว่าไงดี

+ แอบเซ็งอีกเรื่อง ภาษาของนิยายสมัยนี้อะ...มัน...เฮ้อ...เฮ้อ...เฮ้อ...
ทำคนชอบอ่านหนังสือนิยายอย่างเราขยาดไม่อยากซื้อนิยายนักเขียนไทยรุ่นใหม่ๆ
ไปอ่านอยู่นานนนนนนนนนนนนนนนเลยค่ะ

#13 By อีฟเองจ้า on 2008-02-05 19:57

มาคุยอีกครั้ง
ที่จริงผมก็เคยมีอุดหนุนพวกนิยายที่สมัยใหม่หน่อยอยู่เหมือนกัน
โชคดีที่เรื่องที่ผมเลือกซื้อผมก็ถูกใจและพอใจกับมัน
(ต้องขอบคุณบทย่อเรื่องท้ายเล่มที่ช่วยในการตัดสินใจ)

แต่นอกนั้นถ้าไม่สนก็ไม่ได้ดูอะ
ดังนั้นผมอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางนี้มากนัก
แต่ก็เป็นกำลังใจให้นะครับ
ในฐานะคนที่ทำงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์เช่นกันbig smile

#14 By โคค่อน on 2008-02-05 20:30

ชื่อเรื่องว่า "สงครามรักล้างแท่นพิมพ์" อะเน่าดี
>>> ถูกใจชื่อเรื่องมากค่ะ ถ้าจะพิมพ์เอาชื่อนี้รับรองเกิด cry

ออกัสแสดง คู่กะ ทาเคชิ คาเนชิโร่ โฮะๆๆ

P'ren จัง เจ้าของบล็อคเป็นคนขายลูกชิ้นหน้าสำนักพิมพ์ละกัน >>> ถ้าเป็นงั้นจริงเรตติ้งคงกระฉูด (ว่าแต่กระฉูดขึ้นหรือลงหว่า?)question

#15 By ๑۩ﺴ Ul-Q ﺴ۩๑ on 2008-02-05 20:47

เข้ามาอ่านย้อนอีก2อันเพิ่งเข้าเน็ต
เรื่องมันเป็นแบบนี้นิเอง
ถึงว่าทำไมถึงทำสำนักพิมพ์เอง
ทำไมโดนแต่เรื่องซวยๆเยอะจังแฮะ
ตั้งสำนักพิมพ์เจียนสำนักพิพ์เน่าๆทิ้งเสียๆ

#16 By ฿฿- Try -฿฿ on 2008-02-05 21:36

# 13 นึกว่าคราย คนกานเอง Add ล่ะนะจ๊ะ

#14 โชคดีจัง อะฮั้นตอนนี้จะอ่านิยายเล่มไหนเน้นยืมก่อน ขนาดถามคนรู้จักให้สกรีนให้ยังไม่ได้อย่างใจเลย หรือเรามาตรฐานสูงไปหว่า?? แต่นิยายเดี๋ยวนี้ ปกก็ดี อะไรก็ดี เสียแต่น่าจะใส่ใจกับการใช้ภาษาอีกเยอะๆ มันเพี้ยนไปจนน่ารำคาญไปหมดแล้ว บางอย่างใช้ในเน็ตคุยกันเล่นๆ ก็ได้ แต่พอพิมพ์เป็นเล่มแล้ว... เฮ้อ~
แต่ยังไงก็ตาม ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจค่ะ

Ps. เมื่อกี้แวะไปดูรูปที่บล็อกโคค่อนคุงมา สวยม๊ากกกกกมาก >_<

#15 เอางั้นเลยนะ แล้วทำไมคนเขียนถึงได้รับบทขายลูกชิ้นปิ้งอ่ะ อยากขายกล้วยเผานี่น่า

#16 เป็นเงี้ยแหล่ะจ้า Try คุง โปรดสังเกตุ ใครถามวิชาอะไรคุณพี่ไม่เคยกั๊กเลยเห็นมะ ใครอยากทำ สนพ. ก็มาถามได้เลย มีทุนสัก 5 แสน+เรื่องที่จะพิมพ์ ก็สบาย ทำได้แล้ว มาทำ สนพ. ระบบดีๆ ล้างไอ้ที่แบบว่า... มันก๊อปไปให้หมดเลย

Ps. ไหนๆ แล้ว บ่นอีกเรื่อง วานซืนโทรไปแฉ่ง บก. มา งานข้าพเจ้าที่ลงแม๊กฉบับล่าสุดพิมพ์ ค่ะ คะ ค่ะ ผิดหมดเลย จะบร้า ตูพิมพ์ไปถูก มันปรู๊ปตูซะผิด เลยโทรไปสอนพี่ท่านสะกดวรรณยุกต์ใหม่ กลุ้มจริงๆ พับผ่า sad smile

#17 By Aquarius on 2008-02-06 00:26

โอ ขอเข้ามาติดตามประสบการณ์ด้วยครับ
อ่าน pegasus กับงานของทีม aquarius มาตั้งแต่มัธยมต้น เพิ่งทราบว่ามามีบล็อกใน exteen

ขอ add พร้อมติดตามอ่านต่อไปนะครับ
เหมือนอ่านนิยายชีวิตเลยเนอะ .. big smile big smile

#19 By ไอ้แป้น : i-phan on 2008-02-06 00:46

เขียนซะมันเลยค่ะ อ่านเพลินเลย

#20 By kresiana -Love Yu ukE- on 2008-02-06 10:08

แวะเข้ามาลงชื่อก่อง แง้ เยอะจังHot! Hot!

#21 By MoRi on 2008-02-06 12:43

เฮ้ย ดูมันทำ เพิ่งอ่านค่ะ เลยย้อนตั้งแต่ 1-4 เหนื่อยเหมือนกัน-*-

ไอพวกนี้ มันเป็นแบบนี้แหละ เอาสมองคนอื่นมาใช้ สองตัวเองไม่บริหาร ซักวัน สมองก็คงใช้การไม่ได้

ชอบอ่านนิยายซะด้วยเรา -0-

เรื่องนี้ มันเป็นอะไรที่ โอ้แม่เจ้า หนังชีวิตนักเขียน
น่าจะเอาไปสร้างหนังได้เลยล่ะ หนังชีวิต งุงิ sad smile

#22 By •.★*...Dear...*★.• on 2008-02-06 15:58

โห......ท่านกัส ทั่นกะล้างแท่นพิมพ์เลยเหรอ

หนูขี้เกียจช่วยล้างนะทั่น ขออยู่ฝ่ายส่งเสบียงแล้วกัน
มีแค่ผงซักฟอกก็ล้างได้แล้ว

เรื่องล้างไม่ใช่ปัญหา

เรื่องพระเอกเรื่องใหญ่ ถ้าไม่ไ้ด้คาเนชิโร่ ขอทักกี้ก็ยังดีcry

#24 By August on 2008-02-07 08:20

# 8 เชิญ Add จ้า เดี๋ยวจะ Add กลับ คิก คิก
#19 โลกก็งี้แหล่ะ
#20 เหะ เหะ ขอบคุณฮับ
#21 กรี๊ดดดด ตัวอะไรดำๆ เนี่ย 555555
#22 เมืองไทยคงหมดสิทธิ์เพราะมีพวก สนพ. ที่เป็นมาเฟียวงการอยู่ เดี๋ยวจะเขียนบทส่งออลีวู้ดเลยดีม๊ะ ฮิ ฮิ
#23 + #24 อะไรเนี่ย... ตูไม่ล้างด้วยนะเฟ้ย ขี้เกียจขัด เหนื่อย

#25 By Aquarius on 2008-02-07 15:12