สุภาพสตรีควรอ่าน (หรือสตรีที่ไม่สุภาพอยากจะอ่านก็ได้ ไม่ว่ากัน โฮะๆ)
posted on 14 Feb 2008 20:35 by aquarius
........โอ๊ย.... หายไ ชาติจากการอัพบล็อก ด้วยเหตุผล 2 ประการคือ
........1. สมองนิยายกำลังแล่น ถ้าเหตุผลนี้ล่ะหายนายแน่ เพราะเวลากำลังอินแล้วมันเขียนอะไรอื่นไม่ได้เฟร้ย เดี๋ยว’รมณ์มะต่อกัน เพราะงั้นเลยขอลาล่วงหน้าว่าหลังจาก Entry นี้ก็จะหายสาบสูญไปสักระยะนะกั๊บ
....... 2. ปวด ปจด. โอ๊ย... ใกล้ตายเลยงวดนี้ ขนาดตูว่าตูปรับระบบร่างกายดีแล้วนะ แต่รอบนี้อากาศเปลี่ยน ปจด. ดันมาพร้อมๆ กับหวัดรับประทาน ประทานโทษ! ปวดท้องมันน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ดันเป็นหวัดด้วย เลือดลมเดินไม่ดี ขึ้นเบื้องสูง มันโคตรจะปวดหัวจนโงศีรษะไม่ได้เลยว้อย!!
.......ก็นั่นแหล่ะ ไหนๆ กะบ่นเรื่องปวด ปจด. แล้ว ความจริงจะมาเล่าเรื่องผีต่อ แต่หมีกรีชซี่ เอ้ย! Emi lie บอกว่าน่ากลัว (ตรงไหนฟระ-*-) เลยพักจากเรื่องผีมาคุยเรื่อง ทำยังไงสาวๆ เราถึงจะ้หลุดจากวงจรนรกที่ต้องร้องครวญครางปานควายถูกเชือดทุกเดือนๆ ได้ซะที
จำได้ว่าตอนไป Meet แฟนเพลง มีสาวกบางตัว (แฟนคลับคุณพี่ใช้ลักษณะนามเป็นตัวค่ะ โฮะๆๆ) มามั่วให้คุณพี่ตรวจระบบร่างกายให้ (จบแพทย์มาก็งี้แหล่ะค่ะ ดูดวงได้ด้วย เฮ้ย! ไม่ใช่แระ -"-) เป็นว่าหลายคนเชียวแหล่ะที่ระบบมดลูกมีปัญญา มันก็เรื่องธรรมดาของผู้หญิงล่ะนะ แต่บอกก่อนว่า การปวดปจด. ถือเป็นสัญญาณอันตรายของสตรีเลยล่ะจ้ะ เพราะมันมีสาเหตุมาจาก 2 ประการคือ
1. มดลูกคุณอ่อนแอ (บางคนก็ผนังมดลูกบาง อย่างน้อง Faust ก็เคสเนี้ย)
2.ระบบเลือดลมในร่างกายไม่ดี
แต่ขอบอกว่าส่วนมากคนที่ปวดหนักๆ มันมักจะแชร์กันอยู่ 2 สาเหตุ เพราะมันสืบเนื่องกันล่ะนะ ระหว่างระบบมดลูก กับระบบเลือดลมเนี่ย
ไอ้เรื่องปวด ปจด. เนี่ยนะ ถ้าไม่ใช่คนที่มดลูกอ่อนแอมาตั้งแต่เด็กก็จะไม่ปวดเลย ยิ่งถ้าเป็นคนที่ออกกำลังกายต่อเนื่องเรื่องนี้ยิ่งหายห่วง อาการปวดจะน้อยกว่าคนอย่างอะฮั้นที่นั่งนอนอยู่เฉยๆ ไม่ยอมออกกำลังกายไปกว่าครึ่ง (รู้ดี แต่ก็ยังไม่ยอมออกกำลังกาย -*-)
ทีนี้มันก็มีบางคนเหมือนกัน ที่แต่ก่อนไม่เคยปวด พอนานปีเข้าค่อยสำแดงเดชปวดขึ้นมาก็มี (กรณีตูเลยอันนี้ -"-) ซึ่งมันมีสาเหตุคือ ในแต่ละเดือนที่รอบเดือนเรามา การไหลของเลือดที่อออกมาในแต่ละเดือนนั้นมันไม่หมด (โดยเดือนหนึ่งคนที่มาน้อยวันยิ่งน่าห่วง) คือมีบางส่วนค้างอยู่ในมดลูก ให้สังเกตสำหรับคนที่ปวดท้องแบบว่าแบบปวดบีบมากๆ เวลามาเลือดจะไม่ออกเป็นน้ำ แต่ออกมาเป็นลิ่มเลือด นั่นคือส่วนของเก่าที่ค้างไว้จากเดือนก่อนๆ แล้วออกมาไม่หมด บางคนยิ่งแย่ เดือนหนึ่งมาหนึ่งวัน ไม่มีทั้งลิ่ม ไม่มีทั้งเลือด อันนี้อันตราย ปวดมากถึงขั้นตายได้เลยดีกว่า
ไอ้ลิ่มเลือดที่ตกค้างพวกนี้แหล่ะสุดยอดอันตราย เพราะถ้าปล่อยไว้นานๆ จะเกิดเป็นช็อกโกแล็ตชีสกินอร่อย (เฮ้ย! ไม่ใช่แระ -"-) แต่นั่นแหล่ะ เอาเป็นว่าในส่วนนั้นมันจะสะสมจนเกิดเป็นซีสขึ้น แล้วถ้าปล่อยไว้นานๆ ก็กลายเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกได้เหมือนกัน (ทานกาแฟดำวัน 1 หนึ่งแก้วจะลดความเสี่ยในการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้จ้ะ)
วิธีการแก้... (เอาไปทั้งแกทั้งป้องกันละกัน)
สำหรับคนที่ยังไม่เกิดอาการปวดท้องสาหัสขนาดนี้ แต่ถ้าคุณขี้เกียจออกกำลังกายก็ขอบอกว่ามีสิทธิ์ที่จะเกิดการสะสมของลิ่มเลือดจนปวดท้องเจียนตาย (อย่างตู) ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นในช่วงที่ยังไม่เป็นก็ให้พยายามออกกำลังกาย หรือป้องกันด้วยการทานยาบำรุงเลือดรุ่นคุณยายอย่างพวก สตรีเพ่นพ่าน เอ้ย! สตรีเพ็ญพากย์ สตรีเบญโล (เขียนถูกป่าวฟะ-*-) อะไรพวกนี้เอาไว้ก่อนก็ได้ แต่ยาพวกนี้ความจริงให้ฤทธิ์ทาง
การขับเลือดได้ไม่เท่าไหร่ จะปรับพวกระบบเลือดลมซะมากกว่า ถ้ากินประจำเลือดลมเดินดีผิวก็จะสวยเด้ง (อย่างคุณพี่เป็นต้น โฮะๆๆ) ก็ถือว่าช่วยได้ในระดับหนึ่ง ทีนี้พวกยาบำรุงเลือดพวกนี้มันมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์แน่นอน (แถมสเตียรอยด์ด้วย) ถ้าใครทนกลิ่นไม่ได้ก็ไม่ต้องไปทะลึ่งทานซะทุกวัน เอาแค่ช่วงก่อนรอบเดือนมาจนถึงช่วงรอบเดือนหมดเท่านั้นพอ
อันนั้นสำหรับคนที่อาการยังไม่โคม่านะ กับคนที่อาการโคม่าปวดมากเจียนตายขอบอกยาสตรีพวกนี้ตัวยายังไม่พอจะปรับระบบร่างกายได้ มันจะปรับระบบเลือดลมมากกว่าขับลิ่มเลือดออกมา
คุณพี่แนะนำที่คุณพี่รับทานละกัน ปรับระบบได้ดี แต่ราคาแพงโคตร เป็นแคปซูลน้ำมันรำข้าว ราคาขวดละ 900-1400 ต่อขวดทานได้ 1 เดือน ทานทุกวัน วันละ 2 เม็ด อ้อ! ลืม อันนี้มันจะมีอยู่ 2 ยี่ห้อ ทานยี่ห้อของ Amata (เจ้าของถ่ายรูปตัวเองติดขวด หน้าเด้งมาก^^) ตัวยาดีแล้วก็ได้ผลมากกว่า (เพราะราคามันแพงกว่า 5555) ทีนี้ถามว่าต้องทานตลอดชีพไหม ก็พอประมาณให้มันขับ ปรับระบบเลือดในร่างกายให้เข้าที่ คือสังเกตดู ทานจนกระทั่งลักษณะของรอบเดือนที่ไหลออกมามันไม่เป็นลิ่มเลือดก็หยุดทานได้แล้ว เพระหลังจากนั้นร่างกายจะปรับระบบจนเข้าที่ได้เอง ที่เหลือก็คืออกกำลังกายบ่อยๆ แล้วก็อย่าดื่มน้ำอัดลมเยอะ (อันนี้สำคัญมาก)
พูดถึงวิธีป้องกันและแก้แบบว่าต้องทานยานะ แต่แบบธรรมชาติๆ ไม่โหดกับตัวเอง สำหรับท่านที่ยังไม่เกิดอาการปวดและไม่คิดจะให้มันเกิดอาการไปชั่วชีวิต กับท่านที่ปรับระบบร่างกายตัวเองเรียบร้อนแล้ว (อย่างอะฮั้นเป็นต้น) อาหารที่ทานประจำวันถือว่าสำคัญมาก ตับกับผักใบเขียวทั่วไปอันนี้ถือว่าบำรุงเลือดได้ดี (ตูเกลียดตับแต่ก็ต้องทนกิน ฮือออๆ) แล้วก็พวกผลไม้สีแดง อันนี้มีวิตามินด้วย
น้ำดื่ม... ดื่มน้ำอุ่นจะทำให้ระบบโลหิตหมุนเวียนในร่างกายได้ดีกว่าน้ำเย็น ถ้าบ้านใครมีอ่างอาบน้ำ แช่น้ำอุ่นทุกวัน วันละ 10 – 15 นาทีก็จะช่วยปรับระบบเลือดได้มาก ผิวจะเด้งๆ สวยๆ ด้วย (สังเกตผิวสาวญี่ปุ่นได้เป็นตัวอย่าง ฮิ ฮิ) ถ้าไม่มีอ่างอาบน้ำ เอาเท่าแช่น้ำอุ่นก็พอจะถูกไถไปได้ อันนี้จะทำให้สมองโล่งปลอดโปร่งด้วย กับอาหารบำรุงที่คุณพี่ทานอยู่แล้วก็ส่วนช่วยในการปรับระบบโลหิตก็ Q10 เป็นวิตามิน E บำรุงผิว แต่อันนี้ต้องทนก่อนนอน เพราะมันจะบำรุงเวลาเราหลับ (ทานแล้วก็จะเด้งๆ สวยๆ เหมือนกัน ฮิ ฮิ)
สรูปก็คือนะ... ถ้าระบบโลหิตในร่างกายเราดี ผิวพรรณก็จะดูดี หน้าก็จะเด้ง ที่สำคัญ การไม่ปวดรอบเดือนคือปรารถนาสูงสุดในชีวิตของหญิงสาว ซึ่งถ้าระบบหมุนเวียนโลหิตดี เราก็จะหลุดพ้นจากวงจรครวญครางทุกๆ เดือนได้ บรู้ววววววว!! (เวลาปวดมากๆ แล้วหอนเสียงนี้ก็สามารถผ่อนคลายประสาทได้เหมือนกัน คุณพี่ทำบ่อย โฮะๆๆ)
........1. สมองนิยายกำลังแล่น ถ้าเหตุผลนี้ล่ะหายนายแน่ เพราะเวลากำลังอินแล้วมันเขียนอะไรอื่นไม่ได้เฟร้ย เดี๋ยว’รมณ์มะต่อกัน เพราะงั้นเลยขอลาล่วงหน้าว่าหลังจาก Entry นี้ก็จะหายสาบสูญไปสักระยะนะกั๊บ
....... 2. ปวด ปจด. โอ๊ย... ใกล้ตายเลยงวดนี้ ขนาดตูว่าตูปรับระบบร่างกายดีแล้วนะ แต่รอบนี้อากาศเปลี่ยน ปจด. ดันมาพร้อมๆ กับหวัดรับประทาน ประทานโทษ! ปวดท้องมันน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ดันเป็นหวัดด้วย เลือดลมเดินไม่ดี ขึ้นเบื้องสูง มันโคตรจะปวดหัวจนโงศีรษะไม่ได้เลยว้อย!!
.......ก็นั่นแหล่ะ ไหนๆ กะบ่นเรื่องปวด ปจด. แล้ว ความจริงจะมาเล่าเรื่องผีต่อ แต่หมีกรีชซี่ เอ้ย! Emi lie บอกว่าน่ากลัว (ตรงไหนฟระ-*-) เลยพักจากเรื่องผีมาคุยเรื่อง ทำยังไงสาวๆ เราถึงจะ้หลุดจากวงจรนรกที่ต้องร้องครวญครางปานควายถูกเชือดทุกเดือนๆ ได้ซะที
จำได้ว่าตอนไป Meet แฟนเพลง มีสาวกบางตัว (แฟนคลับคุณพี่ใช้ลักษณะนามเป็นตัวค่ะ โฮะๆๆ) มามั่วให้คุณพี่ตรวจระบบร่างกายให้ (จบแพทย์มาก็งี้แหล่ะค่ะ ดูดวงได้ด้วย เฮ้ย! ไม่ใช่แระ -"-) เป็นว่าหลายคนเชียวแหล่ะที่ระบบมดลูกมีปัญญา มันก็เรื่องธรรมดาของผู้หญิงล่ะนะ แต่บอกก่อนว่า การปวดปจด. ถือเป็นสัญญาณอันตรายของสตรีเลยล่ะจ้ะ เพราะมันมีสาเหตุมาจาก 2 ประการคือ
1. มดลูกคุณอ่อนแอ (บางคนก็ผนังมดลูกบาง อย่างน้อง Faust ก็เคสเนี้ย)
2.ระบบเลือดลมในร่างกายไม่ดี
แต่ขอบอกว่าส่วนมากคนที่ปวดหนักๆ มันมักจะแชร์กันอยู่ 2 สาเหตุ เพราะมันสืบเนื่องกันล่ะนะ ระหว่างระบบมดลูก กับระบบเลือดลมเนี่ย
ไอ้เรื่องปวด ปจด. เนี่ยนะ ถ้าไม่ใช่คนที่มดลูกอ่อนแอมาตั้งแต่เด็กก็จะไม่ปวดเลย ยิ่งถ้าเป็นคนที่ออกกำลังกายต่อเนื่องเรื่องนี้ยิ่งหายห่วง อาการปวดจะน้อยกว่าคนอย่างอะฮั้นที่นั่งนอนอยู่เฉยๆ ไม่ยอมออกกำลังกายไปกว่าครึ่ง (รู้ดี แต่ก็ยังไม่ยอมออกกำลังกาย -*-)
ทีนี้มันก็มีบางคนเหมือนกัน ที่แต่ก่อนไม่เคยปวด พอนานปีเข้าค่อยสำแดงเดชปวดขึ้นมาก็มี (กรณีตูเลยอันนี้ -"-) ซึ่งมันมีสาเหตุคือ ในแต่ละเดือนที่รอบเดือนเรามา การไหลของเลือดที่อออกมาในแต่ละเดือนนั้นมันไม่หมด (โดยเดือนหนึ่งคนที่มาน้อยวันยิ่งน่าห่วง) คือมีบางส่วนค้างอยู่ในมดลูก ให้สังเกตสำหรับคนที่ปวดท้องแบบว่าแบบปวดบีบมากๆ เวลามาเลือดจะไม่ออกเป็นน้ำ แต่ออกมาเป็นลิ่มเลือด นั่นคือส่วนของเก่าที่ค้างไว้จากเดือนก่อนๆ แล้วออกมาไม่หมด บางคนยิ่งแย่ เดือนหนึ่งมาหนึ่งวัน ไม่มีทั้งลิ่ม ไม่มีทั้งเลือด อันนี้อันตราย ปวดมากถึงขั้นตายได้เลยดีกว่า
ไอ้ลิ่มเลือดที่ตกค้างพวกนี้แหล่ะสุดยอดอันตราย เพราะถ้าปล่อยไว้นานๆ จะเกิดเป็นช็อกโกแล็ตชีสกินอร่อย (เฮ้ย! ไม่ใช่แระ -"-) แต่นั่นแหล่ะ เอาเป็นว่าในส่วนนั้นมันจะสะสมจนเกิดเป็นซีสขึ้น แล้วถ้าปล่อยไว้นานๆ ก็กลายเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกได้เหมือนกัน (ทานกาแฟดำวัน 1 หนึ่งแก้วจะลดความเสี่ยในการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้จ้ะ)
วิธีการแก้... (เอาไปทั้งแกทั้งป้องกันละกัน)
สำหรับคนที่ยังไม่เกิดอาการปวดท้องสาหัสขนาดนี้ แต่ถ้าคุณขี้เกียจออกกำลังกายก็ขอบอกว่ามีสิทธิ์ที่จะเกิดการสะสมของลิ่มเลือดจนปวดท้องเจียนตาย (อย่างตู) ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นในช่วงที่ยังไม่เป็นก็ให้พยายามออกกำลังกาย หรือป้องกันด้วยการทานยาบำรุงเลือดรุ่นคุณยายอย่างพวก สตรีเพ่นพ่าน เอ้ย! สตรีเพ็ญพากย์ สตรีเบญโล (เขียนถูกป่าวฟะ-*-) อะไรพวกนี้เอาไว้ก่อนก็ได้ แต่ยาพวกนี้ความจริงให้ฤทธิ์ทาง
การขับเลือดได้ไม่เท่าไหร่ จะปรับพวกระบบเลือดลมซะมากกว่า ถ้ากินประจำเลือดลมเดินดีผิวก็จะสวยเด้ง (อย่างคุณพี่เป็นต้น โฮะๆๆ) ก็ถือว่าช่วยได้ในระดับหนึ่ง ทีนี้พวกยาบำรุงเลือดพวกนี้มันมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์แน่นอน (แถมสเตียรอยด์ด้วย) ถ้าใครทนกลิ่นไม่ได้ก็ไม่ต้องไปทะลึ่งทานซะทุกวัน เอาแค่ช่วงก่อนรอบเดือนมาจนถึงช่วงรอบเดือนหมดเท่านั้นพอ
อันนั้นสำหรับคนที่อาการยังไม่โคม่านะ กับคนที่อาการโคม่าปวดมากเจียนตายขอบอกยาสตรีพวกนี้ตัวยายังไม่พอจะปรับระบบร่างกายได้ มันจะปรับระบบเลือดลมมากกว่าขับลิ่มเลือดออกมา
คุณพี่แนะนำที่คุณพี่รับทานละกัน ปรับระบบได้ดี แต่ราคาแพงโคตร เป็นแคปซูลน้ำมันรำข้าว ราคาขวดละ 900-1400 ต่อขวดทานได้ 1 เดือน ทานทุกวัน วันละ 2 เม็ด อ้อ! ลืม อันนี้มันจะมีอยู่ 2 ยี่ห้อ ทานยี่ห้อของ Amata (เจ้าของถ่ายรูปตัวเองติดขวด หน้าเด้งมาก^^) ตัวยาดีแล้วก็ได้ผลมากกว่า (เพราะราคามันแพงกว่า 5555) ทีนี้ถามว่าต้องทานตลอดชีพไหม ก็พอประมาณให้มันขับ ปรับระบบเลือดในร่างกายให้เข้าที่ คือสังเกตดู ทานจนกระทั่งลักษณะของรอบเดือนที่ไหลออกมามันไม่เป็นลิ่มเลือดก็หยุดทานได้แล้ว เพระหลังจากนั้นร่างกายจะปรับระบบจนเข้าที่ได้เอง ที่เหลือก็คืออกกำลังกายบ่อยๆ แล้วก็อย่าดื่มน้ำอัดลมเยอะ (อันนี้สำคัญมาก)
พูดถึงวิธีป้องกันและแก้แบบว่าต้องทานยานะ แต่แบบธรรมชาติๆ ไม่โหดกับตัวเอง สำหรับท่านที่ยังไม่เกิดอาการปวดและไม่คิดจะให้มันเกิดอาการไปชั่วชีวิต กับท่านที่ปรับระบบร่างกายตัวเองเรียบร้อนแล้ว (อย่างอะฮั้นเป็นต้น) อาหารที่ทานประจำวันถือว่าสำคัญมาก ตับกับผักใบเขียวทั่วไปอันนี้ถือว่าบำรุงเลือดได้ดี (ตูเกลียดตับแต่ก็ต้องทนกิน ฮือออๆ) แล้วก็พวกผลไม้สีแดง อันนี้มีวิตามินด้วย
น้ำดื่ม... ดื่มน้ำอุ่นจะทำให้ระบบโลหิตหมุนเวียนในร่างกายได้ดีกว่าน้ำเย็น ถ้าบ้านใครมีอ่างอาบน้ำ แช่น้ำอุ่นทุกวัน วันละ 10 – 15 นาทีก็จะช่วยปรับระบบเลือดได้มาก ผิวจะเด้งๆ สวยๆ ด้วย (สังเกตผิวสาวญี่ปุ่นได้เป็นตัวอย่าง ฮิ ฮิ) ถ้าไม่มีอ่างอาบน้ำ เอาเท่าแช่น้ำอุ่นก็พอจะถูกไถไปได้ อันนี้จะทำให้สมองโล่งปลอดโปร่งด้วย กับอาหารบำรุงที่คุณพี่ทานอยู่แล้วก็ส่วนช่วยในการปรับระบบโลหิตก็ Q10 เป็นวิตามิน E บำรุงผิว แต่อันนี้ต้องทนก่อนนอน เพราะมันจะบำรุงเวลาเราหลับ (ทานแล้วก็จะเด้งๆ สวยๆ เหมือนกัน ฮิ ฮิ)
สรูปก็คือนะ... ถ้าระบบโลหิตในร่างกายเราดี ผิวพรรณก็จะดูดี หน้าก็จะเด้ง ที่สำคัญ การไม่ปวดรอบเดือนคือปรารถนาสูงสุดในชีวิตของหญิงสาว ซึ่งถ้าระบบหมุนเวียนโลหิตดี เราก็จะหลุดพ้นจากวงจรครวญครางทุกๆ เดือนได้ บรู้ววววววว!! (เวลาปวดมากๆ แล้วหอนเสียงนี้ก็สามารถผ่อนคลายประสาทได้เหมือนกัน คุณพี่ทำบ่อย โฮะๆๆ)

ใช้ล้างต้องล้างน้ำป่าวตามมั้ยค่ะ เหอๆ..
จาก สตรีที่ไม่ค่อยสุภาพ 55
#1 By Attention please! on 2008-02-14 20:49