ประสบการณ์สยองเฉียดตาย!![ภาคอดีต]
posted on 13 Oct 2009 12:31 by aquarius
วันนี้ไม่มีเรื่องผีมาให้อ่าน กะลังเตรียมของไปงานสัปดาห์อยู่ อ๊า!! พรุ่งนี้จัดบูธแว้ววววว ปวดดดดดหัววววว 
ก็พอดีไปเจอไดอารี่เก๊าเก่า… ของตัวเองมา (ดันเขียนแบบไม่ได้ลงวันที่ เลยไม่รู้ว่าเขียนวันไหน
)
อ่านๆ ดูเป็นเรื่องราวช่วงที่เราเปื่อยเข้า รพ. ไปชาติกว่า
ตอนนั้นเป็นช่วงที่ยังทำ Pegasus อยู่ น่าจะอยู่สักประมาณ Pe เล่ม 4 เล่ม
5 ล่ะมั้ง เพราะจำได้ว่าก่อนออกเล่ม 6+7 ก็ตกตึกแล้ว
อันนี้เป็นเหตุการณ์ก่อนจะตกตึกจ้ะ
(ช่วงนั้นดวงกุดกุ๊กกู๋มากมาย เจอแต่เรื่องอันตรายซวยปางตายทั้งน๊านนน~)
เห็นแล้วก็เสียดาย เลยเอามาให้อ่านกันเล่นๆ ก็เห็นว่าสมควรเอามาเผยแพร่ง่ะ เพราะถือได้ว่าเป็นอุทาหรณ์อันสำคัญยิ่งที่มนุษย์ปุถุชนไม่สมควรลอกเลียนแบบ มิเช่นนั้น… ถึงตายได้แน่นอน คอมเฟิร์ม!!
อ่านแล้วก็ระวังตัวเองบ้างนะฮับ ใครมีพฤติกรรมเช่นนี้ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี หยุดได้ก็หยุด ถนอมสุขภาพกันหน่อยเด้อ
เป็นเรื่องราวตอนที่ป่วยอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวจนน๊อคเข้า รพ. ไปอย่างไม่รู้ตัวเช่นกัน
แรกเริ่มเดิมทีเราประจำอยู่ที่วชิระพยายม เอ้ย! วชิระพยาบาลฮับ เป็นอะไรก็จะไปวชิระก่อน เพราะเป็น รพ. ของรัฐบาลที่ใกล้มาก (สรุป ไม่แพงอ่ะ)
ก่อนหน้าที่จะเข้า รพ. ก็เป็นโรคกระเพาะอยู่นาน วันนั้นปวดท้องเกือบตาย หมอถามว่าเราทำงานอะไร ก็ตอบไปว่าเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ตอนนั้นกะลังเขียนหนังสือคอมพ์รวมเล่มไง<<<ก่อนมาทำ สนพ.ตะเองเคยเป็นข้ารับใช้เขามาก่อน 5555) หมอเลยชวนคุยซะยาว.... เนื่องจากหมอบ้าคอมพ์ แต่…. คนไข้ปวดท้องง่า
ฮืออออๆๆๆๆ T_T (ยังจำความทรมานได้ขึ้นใจมาจนถึงทุกวันนี้
)
ชวนคุยเสร็จก็เช็คว่าไม่มีอะไร เป็นโรคกระเพาะกับไมเกรน (คือเค้าปวดเศียร แล้วปวดมากๆ เลือดกำเดาก็ไหลด้วย)
ไปวชิระกี่ทีกี่ทีก็เงี้ย สรุปว่าทำงานหนัก เครียด อะไรประมาณนี้
ส่วนที่ปวดหัวก็ว่าเราเป็นไมเกรนนั่นแหล่ะ ไม่มีอะไรมาก <<<
คนเราอยู่ๆ จะเป็นไมเกรนเองได้ยังไงฟระ (อีก
สาเหตุของงไมเกรนเป็นเพราะเส้นต้นคอตึงง่ะ
บางทีคือนั่งหน้าคอมพ์มากเกินไปไม่ได้ขยับเส้นคอ+ไหล่+บ่าไปจนถึงก็จะตึง
แล้วขึ้นถึงศีรษะได้ก็เลยเป็นไมเกรน นอกจากจะแก้ด้วยการดื่มน้ำเยอะๆ ว่างๆ
ก็ลองไปให้หมอนวดไหล่บ้าง ก็แก้ได้เหมือนกัน)
วันนั้นที่เริ่มอาการ...
คือกำลังเดินคุยโทรศัพท์กับเพื่อนอยู่ไง แล้วเดินอยู่ อยู่ดีๆ หมดแรงล้มลงไปบนพื้นเลย แต่เราเป็นนางเอก ( ฝึกเล่นละครท่านางเอกจ้ะ ^^ ) ก็เลยล้มได้ถูกท่าไม่เจ็บมากนัก แต่หมดแรง แล้วก็อ้าปากพะงาบๆ เรียกออกัสให้มาคุยโทรศัพท์แทน
มารดาข้าพเจ้าเห็นดังนั้นก็ตกใจ เลยรีบวิ่งเข้ามาประคองให้เราหงายหน้าขึ้น
(ล้มฟุบคว่ำหน้าอยู่) แล้วก็ถามว่าเราเป็นอะไร
ตอนนั้นก็ยังไม่คิดว่าเป็นอะไรเลยตอบแบบไร้เสียงไปว่า
"ไม่เป็นไร หมดแรงเฉยๆ " <<<เสียงแผ่ว ครางได้ใกล้ตายมากมาย
ก็...อ่านะ ประจวบเหมาะปี๋จายซื้อ VCD LOTR มาพอดี (5555 เหตุเกิดช่วง LOTR กะลังดังแฮะ 55555) ทุก
คนเลยไปดูดหลอด เอ้ย! ดูลอร์ดฯ กันหมด
ไม่มีใครสนใจข้าพเจ้าที่เดี้ยงใกล้ตายเลยสักคน ก็...อ่ะนะ
บอกมารดาว่าไม่เป็นไรเค้าก็นึกว่าไม่เป็นไร
ไอ้เราก็ไม่คิดว่าจะเป็นอะไรมากก็เลยว่าไปงั้น
แล้วแบบว่า... ตอนแรกเราก็ว่านอนฟุบหน้าอยู่เฉยๆ แล้วนะ แต่อยู่ดีๆ
มันก็หายใจไม่ออก เข้าใจใช่เปล่ากั๊บคำว่าหายใจไม่ออกเนี่ย
คือไอ้หายใจเข้าน่ะมันเข้า แต่ตอนหายใจออกมันไม่ยอมออกอ่ะ
แล้วก็เวียนเศียร คลื่นไส้มากๆ เลย จะเรียกร้งอความสนใจจากคนในบ้าน
ทว่าทุกคนก็ดู LOTR กันหมด ไอ้เรารึก็หมดแรง ไม่มีเสียงเรียก ทว่า...
คาดเดาว่าพระเจ้าคงเห็นแก่คนใกล้ตายแม้เรนจะมิได้นับถือคริสต์ก็ตาม
ก็เลยประทานแรงเฮือกสุดมาให้ได้ยกแขนขึ้นเพื่อตบพื้นไป 3 ที
ทุกคนก็เลยรู้สึกตัว
ทั่นแม่ตกใจรีบวิ่งมาก่อนเลย ก็ประคองเรนให้หงายขึ้น เราแบบว่า หายใจไม่ออก พูดไม่ได้ แต่จะสติดีมาก มีสติตลอด (ไม่ได้เป็นฮีสทีเรียเรียกร้องความสนใจนะ^^) แค่
หมดแรง คอนโทลตัวเองไม่ได้
แต่ว่าตอนนั้นไม่รู้สภาพตัวเองหรอกนะคะว่าเป็นยังไง
ก็เอามือชี้อกบอกแม่ว่าหายใจไม่ออก พอดีว่าพระมารดาเราเป็นอัจฉริยะ
อ่านภาษาใบ้รู้เรื่อง (รู้เรื่องได้ไงเนี่ย) จึงให้พระบิดามาประคอง
ส่วนตัวเองก็รีบไปโทรเรียกรถพยาบาล
....เห็นว่า.... หลังจากนั้นอ่ะนะ มาเล่าให้ฟังว่าเราน้ำลายฟูมปากด้วย (เปล่าชักแด่กซะหน่อยไหงฟูมปากง่า ฮืออ Y_Y) แล้วก็เลือดกำเดาไหลกระฉูด (ไม่ได้ไปดูหนังโป๊ด้วยนะ สาบาน!! T_T)
ผ่านไปสักพัก คนป่วยยังไม่ทันได้ตายดีรถหน่วยแพทย์กู้ชีวิตก็มาถึง (กู้แล้วไม่ให้ดอกอีกต่างหาก) พาเราไปส่งที่ รพ. วชิระ พอไปถึงหมอก็จับใส่ Mask อ่ะ... เค้าเรียกอะไรอ่ะ ที่ให้ออกซิเจนน่ะ (เค้าเรียกว่าหน้ากากอ็อกซิเจนเฟ้ย!! ทำไมตูโง่งี้เนี่ย!!-*-) หมอก็จับใส่ Mask แล้วก็ถามอาการกับเรา
เวงกำ! เอาหน้ากากมาปิดปากคนหายใจไม่ออกแล้วยังจะให้พูดอีก เพี้ยนเปล่าฟะ
เราก็พูดไม่ได้ คุณมารดาก็ตอบแทนว่าเนี่ยคุยโทรศัพท์อยู่ก็ล้มลงไป
หมอก็พยายามถามว่าคุยเรื่องอะไร คุยเรื่องเครียดรึเปล่า ก็...อ่ะนะ
กะลังชวนเพื่อนไปทานไอติมมันเครียดไหมนั่น
มิได้เครียดเลยสักกะติ๊ดดด---เดียว
เรนก็ส่ายมือบอกเปล่าๆๆ I คุณหมอมันก็ไม่เชื่อ หาว่าเราเป็นโรคเครียด กระแดะเป็นฮีสทีเรีย เรียกร้องความสนใจ...
ขอนอกเรื่องหน่อยเถอะนะคะ....
โรคจิตทุกประเภทในโลกนี้ถ้าจะให้เป็นเรนเป็นได้หมด ต่อให้เป็นบ้าเลยก็ได้
ขอแค่โรคเดียวที่ชั่วชีวิตจะไม่มีวันเป็นเด็ดขาดก็คือ ฮีสทีเรีย
เนี่ยแหล่ะ เพราะเคยเห็นคนบ้าที่สำออยเป็นอีสทีเรียมาแล้วมันคัน... ต....
มากๆ เลย เพราะฉะนั้นชั่วชีวิต ชาตินี้ ชาติหน้า ชาติไหน
เราก็จะไม่ยอมเป็นฮีสทีเรียโดดเด็ดขาด
เข้าเรื่อง คุณหมอซึ่ง... เป็นหมอใช้หนี้ (นร.แพทย์ไง ต้องทำงานใช้หนี้รัฐ ^^) ก็จับเรายัดใส่ห้องผู้ป่วยหนัก ขังเดี่ยวอยู่คนเดียวโดยไม่มี Mask ออกซิเจน... เอ้อ!! หน้ากากออกซิเจนน่ะ (เพิ่งนึกออก ^___^ /// โง่จริงๆ นี่ฟ่าตู) แล้วไล่ญาติออกมาหมดเลย บอกว่าถ้าญาติยิ่งอยู่ด้วยเดี๋ยวยิ่งเป็นหนัก
เฮ้ย!! อะไรกันฟะ คนหายใจไม่ออกนะเฟ้ย จะเดี้ยงตายอยู่แล้วมันไม่คิดให้ญาติอยู่ดูใจกันเลยรึไงฟะ!!
แล้วเรนก็อยู่ในห้องนั้นคนเดียวทั้งๆ ที่ยังหายใจไม่ออก
ก็ทุบเตียงเรียก I คุณหมอ หรือ I คุณพยาบาลก็ได้ ให้มานี่ที่
จะตายอยู่แล้วว้อยยยย!! >_< (ตั้งใจว่าถ้าตายไปล่ะก็ ตูจะต้องเป็นผีที่เฮี้ยนสุดๆ ตามอาฆาตเฉพาะหมอกับพยาบาลของ รพ. นี้ให้หลอนจนต้องปิด รพ. กันไปเลย ฮึ่ม!)
ปรากฏว่าพยาบาลเข้ามา เจือก(ขอหลุดหยาบติ๊ดเต๊อะ)มา
ถามอีกนะว่าเราเป็นอะไร โอย... จะบ้าตาย...
ถ้ามีแรงตอนนั้นแม่จะลุกขึ้นมาพังห้อง ER ซะเลย ก็บอกอยู่ว่าหายใจไม่ออก
แล้วมานจะถามเอาอะไรกะช๊านนนนนอีกกก Y_Y
ตายแน่น้องเรนงานนี้ ปลงตกเตรียมสั่งเสีย ไม่รอดแน่แล้วตู (เออ ทำใจง่ายดีวุ้ย) ก็ปรากฏว่ามีอาการไอ สำลักอะไรออกมาเล็กน้อย ที่หายใจไม่ออกก็เลยเพลาๆ ลงบ้าง แต่ถ้าไม่ไอมันก็ยังหายใจไม่ออกง่าาา ฮือออ T_T
กล่าวฝ่ายพระแม่เจ้า (เพิ่งมารู้ความเอาทีหลัง) เวลานั้นดึกมากแล้ว (น่าจะห้าทุ่มเที่ยงคืน ไม่รู้เหมือนกัน) ลูกก็ใกล้ตายอยู่ในห้องผู้ป่วยหนักที่หมอทิ้งไว้ให้อยู่คนเดียว (แต่มารดาแอบเข้ามาเป็นพักๆ) สั่งให้ญาติรออยู่ข้างนอกเฉยๆ เดี๋ยวก็ดีขึ้น (ทำไมไม่บอกให้จองโลงไว้เลยฟะเนี่ย >_
แต่แม่เรารักลูก เพราะลูกเป็นคนดี สวย น่ารัก คุณแม่เลยร้อนรนอยู่เฉยๆ
ไม่ได้ วนไปวนมาก็นึกถึงพระเจ้าอาที่เป็นคนนอนดึกอีกคนหนึ่งในตระกูล
ก็เลยโทรไปหา ปรากฏว่าคุณอาๆ ของเรน (มีอาหลายคน) กำลังเล่นป๊อกเด้งอยู่กะลูกๆ และลูกเขย ซึ่งก็เผอิญว่าในหนึ่งวงป๊อกเด้งที่ว่านั้นก็มีนังลำใย อีลำยอง หรือก็คือป้าต้อมอยู่ด้วย
เออ.... เราเพิ่งจะเห็นความดีของเจ๊ต้อมก็วันนี้เอง
คุณพี่เธอบอกว่าให้ย้าย รพ. ทันที แล้วก็จัดการให้เราทุกเรื่องเลยนะ
เรื่องติดต่อ รพ. ที่จะย้ายไป ตามหมอประจำตระกูล (ว่า
งั้นแหล่ะ หมอคนนี้รักษาพันธุ์มณีมาทั้งตระกูลแล้ว ยกเว้นคุณปู่
กะปู่ทวดรุ่นขึ้นๆ ไป อ่ะนะ อ้อ!! แน่นอน
คุณย่าก็มาซี้หมอในมือหมอคนนี้เหมือนกัน /// แล้วยังจะไว้ใจให้รักษาอีกเร๊อะ!!)
พอบอกว่าจะย้าย รพ. ทั้ง I (มิใช่ขีดตรงธรรมดา แต่ I คือพยัญชนะภาษาอังกฤษ เป็นภาษาสุดภาพของคำว่า ‘ไอ้’) คุณหมอและคุณพยาบาลก็เลยเอาเราออกมาจากห้องผู้ป่วยหนัก กลับมาใส่หน้ากากออกซิเจนได้ ( เฮ่อ...นึกว่าจะลาโลกแล้วตู) แถมยังคุยเรื่องเราให้เราได้ยินอีกแน่ะ (คุยได้ปากสุนัขสุดยอด /// แง่งๆๆๆ จะฆาตกรรมกรูยังเจือกมีหน้ามานินทาอีกเร๊อะ!!)
คือแบบว่า... ตอนนั้นไม่รู้เป็นไง
มันหายใจไม่ออกแล้วตาก็ปิดสนิทลืมไม่ขึ้นเลย บางทีแน่นิงไปบ้างก็มี
แต่สติยังมีอยู่ครบ รู้ด้วยว่านิ่งหยุดหายใจไปเลย
จนโดนหมอตบหน้าน่ะแหล่ะถึงกลับมาหายใจไม่ออกได้ต่อ
เพราะงั้นอะไรที่พยาบาลพูดมันเข้าหูอิฉันหมดเจ้าค่ะ ดูนะ...
นังพยายมมันดันถามว่าคุยโทรศัพท์กับใคร คุยกับผู้ชายหรือเปล่า
น้ำเสียงเธออย่างชัวร์เลยค่ะว่าดิฉันถูกแฟนบอกเลิก ทุเรศที่สุด!!
คิดได้ไงฟะ!! เชอะ!! ทำมาดูถูกกัน คนอย่างเราน่ะ
ไม่มีแฟนจะให้บอกเลิกหรอกย่ะ เชอะ >_ (เวงกำ หนักกว่าเดิม -*-)
แล้วเมื่อรถจากอีก รพ. มาถึง...
บุรุษพยาบาลของ รพ. วิชัยยุธก็มาลากเราขึ้นรถ ในรถมีพยาบาลอยู่ด้วย
ก็ใส่หน้าอ็อกฯ ให้เรท วัดความดัน ให้หนีบปรอท แล้วก็ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ก็ค่อย O.K. ขึ้นมาหน่อย
พอมาถึงห้อง ER ของวิชัยยุทธหมอก็ฉีดยาให้ (ไม่รู้เหมือนกันว่ายาอะไร) แต่โรคเครียดนี่แหล่ะ... เป็นโรคเดียวที่หมอของวิชัยยุทธไม่สันนิษฐาน (แต่ก็ไม่ลืมตั้งไว้เป็นสมมุติฐาน)
สรุปก็คือนอน รพ. เจ้าค่ะ จากนั้นหมอก็เช็คละเอียดยิบเลย X-Ray ปอด + หัวใจ ขึ้นยานชาเลนเจอร์เช็คกระเพาะ (ไม่รู้เค้าเรียกอะไร ให้กลืนแป้ง กลืนโซเดียมด้วย) แล้วหมุนๆๆ จนเป็นลมไปซะหลายรอบ
ก็สรุปเบื้องต้นเจอแล้วล่ะว่ากระเพาะอักเสบ ก็รักษาอยู่ที่ รพ. อ่ะแหล่ะ เนี่ย... ตอนนี้ไม่ปวดท้องเลยล่ะ หายไปแย้ว 1 โรค เย้!! ^^ (//ซะที่ไหนล่ะแก... พอลืมๆ ทานข้าวบ่อยเข้าๆ เดี๋ยวนี้มันก็ยังปวดอยู่นา-*-)
และแล้ว... ก็มาเช็คเจอเอาที่หลังว่า...
ฮอร์โมนเจ้าค่ะ ฮอร์โมนที่ต่อมหมวกไตมีความผิดปกติ อืม... อะดีนาลีนใช่มะ
ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมีกำลัง มีความผิดปกติคือ
ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนตัวนี้ออกมาน้อยมากๆๆๆๆๆ เราเก๊าะเลย...
หมดแรงนั่นแหล่ะคับ ^____^ แถมยังว่า... ตอนนั้นเรนหนัก 45 ใช่ม๊า
หมอว่าผอมเกินไป ให้ยากระตุ้นฮอร์โมนซึ่งทำให้แบบ... ซัดบะหมี่เข้าไปได้ 6
ก้อน ทานข้าวชามพูนๆ ได้ 3-4 ชาม
(จากที่เข้า รพ. ตอนแรกต้องให้น้ำเกลือเพราะทานอะไรไม่ลง) <<<
ตอนนั้นหมดแรงมากมาย ถือช้อนทานข้าวยังไม่ไหวเลย ต้องให้คนป้อน /// ใกล้ตายจริงๆ ด้วยฉัน)
ประทานโทษ... 1 อาทิตย์!! เพียง 1 อาทิตย์เท่านั้นเจ้าค่ะ น้ำหนักเราขึ้นมา 5 กก. กลายเป็น 50 หูย... ยาอะไร ทะไมสยองอย่างนี้ Y_Y
หลังจากพบว่าฮอร์โมนตัวนี้ผิดปกติหมอก็เช็คอยู่ถึง 3 ครั้งด้วยกัน
แล้วก็เช็คด้วยว่ามีฮอร์โมนตัวอื่นผิดปกติอีกไหม ปรากฏว่าไม่มี ซึ่งคุณหมอ
(สาวสวยน่ารักมาก) ก็บอกว่า เรนไม่ได้เป็นโรคที่ตรงไปตรงมา หมอเลยหาสาเหตุไม่เจอสักที (ตูก็ว่ตูไม่ใช่พวกอ้อมค้อมนี่หว่า แต่กระทั่งจะป่วยนี่ยังไม่รู้ป่วยแบตรงไปตรงมาเลยนะเนี่ย
)
ทีนี้ด้วยความสงสัย
เออ… เรานี่มันเป็นโรคอะไรก็ไม่รู้ ช่างซัก ช่างสงสัยซะเรื่อย
ตอนเรียนในห้องเรียน ซักๆๆ ซะจนอาจารย์เขม่น หาว่าลองของ
ก็คนมันสงสัยอ๊าาาา >_
คือแบบ... เรนไปถามจี้หมอเค้าไงว่าทำฮอร์โมนถึงลดลง อยู่ดีๆ ก็ลดลงเองได้ด้วยเหรอ หมอก็ตอบมาว่างี้...
.
.
.
.
.
To be continue. 55555

ประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ยากจะลืมจริงๆ
#1 By เทราสเฟียร์ เอล เซราฟีเตอร์ on 2009-10-13 13:05